Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว DJI OSMO Pocket กล้องจิ๋วพร้อมกันสั่นเทพคู่แข่ง GoPro

DJI เจ้าแห่งโดรนและ Gimbal (ระบบกันสั่น) เปิดตัวกล้องจิ๋วน้องใหม่ในตระกูล OSMO อย่าง DJI OSMO Pocket ที่มีขนาดเล็กจนน่าตกใจ แต่มาพร้อม Gimbal 3 แกนที่ทำให้มั่นใจว่าแม้เราจะวิ่งถ่ายก็ยังได้ภาพที่ไม่สั่นไหวแน่นอน

DJI OSMO Pocket ใช้เซนเซอร์รับภาพขนาด 1/2.3 นิ้ว f/2.0 ให้มุมภาพกว้าง 80 องศา (เทียบกับ GoPro Hero ให้มุมภาพกว้างสุด 149 องศา) ซึ่งสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 60 fps ที่ 100 Mbps ซึ่งก็น่าจะให้คุณภาพดีพอสำหรับเอาไปตัดต่อได้สบายๆ และยังสามารถปรับตั้งค่าแบบ Manual ได้ทั้งรูรับแสง, ISO, ความเร็วชัตเตอร์ แถมถ่าย RAW และวิดีโอแบบ D-Cinelike ได้ด้วย ส่วนแบตเตอรี่ใช้งานได้ 140 นาทีเมื่อถ่าย FullHD 30 fps และใช้เวลาชาร์จ 73 นาที

แน่นอนว่าเป็น DJI ก็ต้องมาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพหลากหลายคือ

  • FPV หรือโหมดมุมมองบุคคลที่ 1 เอาไว้สร้างวิดีโอที่ลื่นไหลเหมือนมองจากตานักแสดงในฉากที่ตื่นเต้น
  • ActiveTrack แพนกล้องติดตามวัตถุอัตโนมัติ
  • 3×3 Panorama ถ่าย 9 ภาพเพื่อนำมาต่อเป็นภาพใหญ๋โดยอัตโนมัติ
  • Motionlapse ถ่ายวิดีโอ timelapse แบบเคลื่อนกล้องได้
  • Nightshot ใช้ gimbal เป็นกันสั่นเพื่อถ่ายชัตเตอร์ 2-3 วิด้วยมือแบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องตอนกลางคืน
  • Story Mode แอปจะช่วยแนะนำการถ่ายวิดีโอให้กลายเป็นคลิปสนุกๆ ได้ง่ายๆ พร้อมใส่ลูกเล่นการเคลื่อนกล้องที่หลากหลาย

ซึ่ง DJI OSMO Pocket ทำงานคู่กับแอปตัวใหม่ชื่อว่า DJI Mimo ซึ่งใช้ตั้งแต่การ Activate อุปกรณ์จนถึงถ่ายทำและตัดต่อง่ายๆ

นอกจากนี้ DJI OSMO Pocket ยังมีอุปกรณ์เสริมอีกเพียบ เช่นหัวแปลง USB-C เป็นช่อง 3.5 mm สำหรับเสียบไมค์ (ใช่แล้ว ที่ตัวมันไม่มีช่อง 3.5 mm) หรืออแดปเตอร์เพิ่ม Wireless ให้เชื่อม Pocket กับสมาร์ทโฟนไร้สายได้ หรือแท่นชาร์จพกพา แล้วยังมีไม้เพิ่มความยาวและเป็นขาตั้ง รวมถึงเคสกันน้ำก็มีให้ใส่ด้วย

เมื่อเทียบกับ GoPro HERO

ถึง DJI OSMO Pocket จะใช้งานคล้ายกับ GoPro HERO แต่รูปแบบงานที่เหมาะกับ Pocket ก็ต่างจาก GoPro นะ คือ GoPro จะได้มุมกล้องกว้างกว่าเท่าตัว ทน เอาลงน้ำได้ ก็เหมาะสำหรับงานที่กล้องทั่วไปถ่ายไม่ได้ งานแอคชั่น หรือถ่ายภาพใต้น้ำ ซึ่งระบบป้องกันภาพสั่นไหวของ HERO 7 ก็ดีงามในระดับหนึ่งเลย

ส่วน Pocket ด้วยความที่เป็น Gimbal เต็มตัว ทำให้ถ่ายการเดิน หรือวิ่งได้นิ่งกว่า GoPro แน่ๆ แต่ด้วยความที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวเยอะ ทำให้บอบบางกว่า GoPro HERO 7 ทำให้เหมาะกับกลุ่มบล็อกเกอร์ไลฟ์สไตล์ทั่วไปมากกว่า

DJI OSMO Pocket เปิดตัวที่ราคา $349 ส่วนราคาไทยน่าจะราว 13,500 บาท เริ่มขายจริง 15 ธันวาคม ซึ่งน่าจะขายในไทยเร็วๆ นี้เลย เพราะแบไต๋เราได้เครื่องมาแกะกล่องแล้ว!

อ้างอิง: DJI

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดราคาไทย Sony a6400 กล้องโฟกัสสุดจิก เกาะติดทุกอย่าง ราคาเริ่มต้น 32,990 บาท

Published

on

ภาพจาก Sony a6400

หลังจากเปิดตัวไปตั้งแต่เดือนมกราคม ในที่สุด Sony a6400 ก็เปิดราคาไทยโดยเริ่มต้นที่ 32,990 บาทสำหรับบอดี้กล้องอย่างเดียว ซึ่งพร้อมขายตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้เลย!

จุดเด่นของ Sony a6400 คือเอาเทคโนโลยีหลายอย่างจาก Sony a9 กล้องเรือธงระดับ Full Frame มาลง APS-C ซึ่งสามารถโฟกัสภาพได้ใน 0.02 วินาที แถมสามารถเลือกโฟกัสได้ว่าจะโฟกัสตาซ้ายหรือตาขวา พร้อม Real-time tracking ที่ทำงานประสานกันหมด เช่นเมื่อโฟกัสตาแล้วกล้องมองไม่เห็นตา ก็จะ real-time tracking วัตถุบริเวณนั้นต่อจนกว่าจะเห็นดวงตา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เร็วพอที่จะโฟกัสระหว่างถ่ายวิดีโอการเคลื่อนไหวเร็วๆ ให้วัตถุไม่หลุดโฟกัส

Sony a6400 มาพร้อมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมปรับปรุง Skintone ให้สวยงามขึ้น หน่วยประมวลผลทำงานเร็วกว่า a6300 1.8 เท่า ให้ ISO สูงสุด 32,000 ขยายได้เป็น 102,400 และถ่ายภาพต่อเนื่อง 11 fps จอด้านหลังสามารถพับขึ้นมาถ่าย Selfie หรือ VLOG ได้ สามารถใช้กับอุปกรณ์เสริม GP-VPT1 เพื่อเป็นขาตั้งพร้อมควบคุมระหว่างถ่ายวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังสามารถถ่าย Time-Lapse ได้ในตัว (เพราะรุ่นนี้ลงแอปเสริมในกล้องไม่ได้แล้ว) ถ่ายวิดีโอ 4K HDR แบบ HLG ได้ ส่วนความทนทานของซัตเตอร์การันตีที่ 200,000 ครั้ง

ในส่วนของตัวเลนส์นั้นตอนนี้โซนี่มีเลนส์ E-mount อยู่ 48 ตัว ซึ่งเป็นเลนส์สำหรับ APS-C โดยเฉพาะ 18 ตัว และ E-mount full-frame lenses ที่สามารถใช้งานร่วมกับกล้อง α6400 โดยไม่ต้องใช้อแดปเตอร์อีกถึง 30 ตัว และปี 2019 นี้จะออกเพิ่มอีก 12 เลนส์ กลายเป็นมีให้เลือก 60 รุ่น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่โซนี่ให้ความสำคัญกับ One Mount for all ไม่ว่าจะใช้กล้อง Sony รุ่นไหนก็สามารถใช้เลนส์ร่วมกันได้หมด

โดย Sony วางระดับของกล้อง Sony a6400 อยู่ในระดับรอง Sony a6500 ซึ่งตั้งใจว่าจะบุกทั้งกลุ่มผู้ใช้กล้องระดับสูง ให้เป็นกล้องตัวที่ 2 สำหรับการใช้งาน และหวังเจาะกลุ่ม content creator ด้วยความสามารถพลิกจอด้านหลังมาถ่าย VLOG ด้วยตัวเองง่าย พร้อมเสียบไมโครโฟนได้

ภาพจาก Sony a6400

ราคาของ Sony a6400 ในไทย

  • Sony a6400 เฉพาะตัวบอดี้อย่างเดียว ตั้งราคาไว้ที่ 32,990 บาท
  • Sony a6400 ชุดพร้อมเลนส์คิท 16-55 mm อยู่ที่ 36,990 บาท
  • พร้อมขายวันที่ 19 ก.พ. ส่วนสีเงินพร้อมขายเดือนมีนาคม

โฟกัสจิกตา และถ่ายรัวมันเป็นแบบนี้

This slideshow requires JavaScript.

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

Fujifilm เปิดตัว X-T30 ตัวเล็กสเปกใหญ่มาก!

Published

on

มาแล้วจ้า! กล้องน้องใหม่จาก Fuji รุ่นต่อจากกล้อง mirrorless X-T20 ที่ Fuji ประกาศจะวางขายมีนาคม 2019 นี้ เค้าเคลมมาว่า X-T30 มีสเปคเท่า X-T3 แต่มาในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น

X-T30 มาพร้อมกับระบบเซนเซอร์แบบ APS-C X-Trans CMOS 26.1 ล้าน พิกเซล พร้อม ISO 160-12800 (ช่วง ISO ขยายได้ตั้งแต่ 80 – 51200) ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล X-Processor 4 Quad-Core CPU ถ่ายแบบ electronic shutter ได้ต่อเนื่องถึง 30 fps ครอป 1.25 เท่า และ 20 fps ไม่ครอป และ 8 fps สำหรับ mechanical shutter

ส่วนการโฟกัส X-T30 มาพร้อมกับระบบออโต้โฟกัส Hybrid มี Phase-Detect AF 100% ทั้งเฟรม รวมทั้งระบบโฟกัสใบหน้า และดวงตา (ใน AF-C mode) คุณสามารถสัมผัสหน้าจอแสดงผลของกล้องเพื่อทำการเลือกตำแหน่งโฟกัสได้ กล้องสามารถโฟกัสในที่มืดได้ดีขึ้น และ Fuji ก็ได้พัฒนาระบบ Autofocus ให้พร้อมรับกับสภาพแสงในหลายๆ แบบอีกด้วย

ในส่วนของวิดีโอ X-T30 สามารถถ่ายวีดีโอ 4K 30fps และ 1080p 120fps บันทึกวีดีโอ 10 บิต 4:2:2 DCI 4K ผ่าน HDMI

ขยับมาดูตัวกล้องกันบ้าง X-T30 มากับจอสัมผัส LCD 3 นิ้ว พับได้ 2 ทิศทาง 1.04 ล้านจุด ช่องมองภาพ OLED 2.36 ล้านจุด 0.39 นิ้ว ครอบคลุมเกือบ 100% มีช่องเสียบการ์ด SDXC สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth, USB-C ได้ แบตถ่ายได้ประมาณ 380 ภาพ และหนักเพียง 383 กรัมเท่านั้น

พอได้ข้อมูลกันไปพอหอมปากหอมคอแล้วเรามาดูภาพตัวอย่างที่ถ่ายจาก X-T30 กันดูดีกว่าว่าจะเป็นยังไง

ส่วนราคาของ X-T30 นี้ Fuji เผยมาว่า

  • เฉพาะบอดี้อยู่ที่ $899 (ประมาณ 32,000 บาท)
  • บอดี้ + เลนส์ XC 15-45 mm f/3.5-5.6 OIS $999 (ประมาณ 35,000 บาท)
  • บอดี้ + เลนส์ 18-55 mm f/2.8-4 $1,299 (ประมาณ 45,000 บาท)

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

Flickr จะเริ่มลบรูปภาพที่เกินลิมิตที่กำหนดเอาไว้แล้ว

Published

on

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่น Flickr จะเริ่มลบรูปภาพบนเซิฟเวอร์ ซึ่งเดิมให้เนื้อที่ฟรี 1TB แต่มีการเปลี่ยนข้อกำหนดใหม่มีพื้นที่ให้เก็บรูปภาพเพียง 1,000 รูป (แบบฟรี) ซึ่งหากเกิน 1,000 รูป บริษัทจะเริ่มลบรูปที่เกินมาออก

หากใครที่ต้องการเนื้อที่สำหรับเก็บรูปภาพบน Flickr มากกว่า 1,000 รูปก่อนที่บริษัทจะเริ่มลบรูปภาพ สามารถสมัครสมาชิกรายปีได้ในราคา $49.99 และจะได้สิทธิพิเศษเป็นสมาชิก Flickr Pro ซึ่งบริษัทจะไม่ลบรูปออกครับ

ทั้งนี้ Flickr บอกว่า กว่า 97% ของผู้ใช้งานมีรูปภาพน้อยกว่า 1,000 รูป ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะโดนลบรูปในระยะแรก แต่ระวังอย่าให้เกิน 1,000 รูปก็พอ มิเช่นนั้นรูปแห่งความทรงจำจะหายไป

หากใครไม่อยากเสียเงินใช้บริการของ Flickr ก็อาจมองบริการของบริษัทอื่นเป็นทางเลือก อย่าง Google Photos เป็นต้น

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!