Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เผยราคาจำหน่ายจริง ThaiWPS ชุดโปรแกรมออฟฟิศเพื่อคนไทย

เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีการเปิดตัว “ThaiWPS” ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง Kingsoft ประเทศจีนกับบริษัทในไทย ในการนำ Kingsoft Office ที่แต่เดิมไม่รองรับภาษาไทย มาทำให้รองรับภาษาไทยและมีเมนูไทยและมีฟอร์มเอกสารราชการมาในตัว

ตอนนี้มีราคาขายจริงปรากฎอยู่ที่เว็บไซต์ ThaiWPS แล้วนะครับ ซึ่งมีราคาดังนี้

โดยทาง ThaiWPS ยังไม่ได้ลงรายละเอียดในเว็บไซต์ แต่ว่าแบ่งออกเป็น Rental License ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์แบบเช่ารายปี อยู่ที่ราคา 1,600 บาทต่อปี (ราคาต่อเครื่อง) และอีกแบบคือ Business Lifetime License ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์แบบซื้อขาด มีราคาอยู่ที่ 6,500 บาท (ราคาต่อเครื่อง)

เปรียบเทียบราคากับเจ้าใหญ่อย่าง Microsoft Office

ตลาดผู้ใช้ส่วนตัว ตามบ้าน แบบไม่เพื่อการค้า

  • แบบเช่า (Office 365)
    • Office 365 Personal – 2,099 บาทต่อปี ลงได้ 1 เครื่อง
    • Office 365 Home – 2,899 บาทต่อปี ลงได้ 5 เครื่อง
  • แบบซื้อขาด
    • Office Home & Student 2016 for PC – 4,299 บาท ใช้ได้ตลอดไปไม่ต้องต่ออายุ ลงได้ 1 เครื่อง

เมื่อเปรียบเทียบในส่วนแบบเช่าของ Office 365 Personal กับ Rental License ของ ThaiWPS พบว่า ThaiWPS ถูกกว่า แต่ว่า Office 365 Home จะมีราคาสูงกว่าหน่อยแต่ได้จำนวนเครื่องที่ติดตั้งเยอะกว่า ส่วนแบบซื้อขาดตอนนี้ของ ThaiWPS สำหรับผู้ใช้ส่วนตัว ตามบ้าน แบบไม่เพื่อใช้การค้ายังไม่มีนะครับ

ตลาดผู้ใช้เพื่อการค้า

  • แบบเช่า (Office 365)
    • Office 365 Business Premium – 5,xxx บาทต่อปี (ตกเดือนละ 417 กว่าบาทต่อเดือนต่อ 5 เครื่อง)
    • Office 365 Business – 3,307 บาทต่อปี (ตกเดือนละ 275 กว่าบาทต่อ 5 เครื่อง)
  • แบบซื้อขาด
    • Office Home & Business for PC – 9,999 บาท ใช้ได้ตลอดไปไม่ต้องต่ออายุ ลงได้ 1 เครื่อง

เมื่อเปรียบเทียบในส่วนแบบเช่าของ Office 365 Business Premium และ Business กับ Rental License ของ ThaiWPS พบว่า ThaiWPS ถูกกว่าแต่จะได้จำนวนเครื่องติดตั้งเพียงเครื่องเดียว แต่แบบซื้อขาดตอนนี้ของ ThaiWPS นั้นมีราคาถูกกว่า Office Home & Business for PC มากและติดตั้งได้ 1 เครื่องเหมือนกัน

จุดเด่นของ ThaiWPS

  • โปรแกรมทั้งชุดใช้พื้นที่แค่ 262 MB
  • โปรแกรม ThaiWPS รุ่นใหม่ยังคงรองรับคอมพิวเตอร์สเปคต่ำๆ ตั้งแต่ Pentium II หรือ AMD รุ่นเทียบเคียงขึ้นไป และรองรับตั้งแต่ Windows XP, Vista จนถึง Windows 10
  • ซึ่งจุดเด่นนี้ต่างจาก Microsoft Office รุ่นใหม่ๆ ที่ต้องการสเปคเครื่องที่ค่อนข้างใหม่และต้องการ Windows 7 SP1 ขึ้นไป ดังนั้น ThaiWPS จึงเป็นมิตรกับเครื่องรุ่นเก่าแต่ได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่ๆ

ชุด ThaiWPS ประกอบด้วยโปรแกรมอะไรบ้าง?

WPS Writer (เหมือน Word)

WPS Presentation (เหมือนกับ PowerPoint)

WPS Spreadsheets (เหมือน Excel)

เหมาะสำหรับคนที่ไม่ใช้โปรแกรมในชุด Office แนวอื่นๆ เช่นฐานข้อมูล ใช้งานแค่พิมพ์งาน, ทำงานนำเสนอ, ตารางคำนวน ที่สำคัญรองรับไฟล์ Microsoft Office อย่างสมบูรณ์

และมีแบบใช้ฟรีไหม?

ทาง ThaiWPS กล่าวไว้ตอนเปิดตัวว่าจะมีการแจกฟรีโปรแกรม ThaiWPS ซึ่งจะแจกเวอร์ชั่นเต็ม ฟีเจอร์เท่าตัวที่ขาย ไม่ใช่ตัวทดลองใช้ ให้กับครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ของสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้ก็มีข่าวเริ่มทยอยแจกลิขสิทธิ์แล้ว

และมันคือตัวเดียวกับ WPS ที่ไม่รองรับภาษาไทยหรือไม่?

จริงๆ แล้ว ThaiWPS ก็คือการนำ WPS ตัวต้นฉบับ (www.wps.com) ที่ไม่รองรับภาษาไทยหรือใช้งานได้อย่างไม่สมบูรณ์ มาพัฒนาต่อให้รองรับภาษาไทยอย่างแท้จริง แต่ไม่สามารถใช้ Key ในการ Activate ตัวเดียวกันได้ ดังนั้นผู้ที่เคยใช้ WPS ต้นฉบับมาก่อน ต้องลบตัวเก่าออกก่อนและค่อยลง ThaiWPS โดยต้องซื้อ Key ใหม่กับทาง ThaiWPS เท่านั้น

ที่มา: ThaiWPS

อ่านข่าวเดิม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Mahajak Smart Living งานดีๆ ที่เปิดโอกาสให้ทดลองควบคุมบ้านด้วยระบบอัจฉริยะ!

Published

on

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด (Mahajak Development Co., Ltd.) ได้จัดงาน Mahajak Smart Living ขึ้นที่ Central World ณ ลานกิจกรรม Atirum ชั้น 3 โดยรูปแบบของงานดังกล่าว จะเป็นการเปิดให้ผู้ร่วมงานและผู้สัญจรไปมา ได้ทดลองควบคุมบ้านด้วยระบบอัจฉริยะทั้งหลายจากอุปกรณ์เทคโนโลยีมากมายในบ้าน พร้อมทั้งยังนำผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงทั้งหลายมาจัดตั้งภายในงานให้เห็นชัดเจนถึงความครบเครื่องด้านโปรดักชั่นส์ซาวน์อีกด้วย

การจำลองสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างในบ้านด้วย Control 4 อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะ

เริ่มกันที่ปัจเจกหลักในงานอย่างการเปิดโลกทัศน์ให้ผู้คนได้เข้าใกล้เทคโนโลยีควบคุมบ้านด้วยระบบอัจฉริยะกันก่อนเลยละกันครับ Mahajak Smart Living ได้ให้ผู้เข้าร่วมงานทั้งหลาย สามารทดลองสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างในบ้านด้วย Control 4 อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะที่ใช้การเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ ในครัวเรือนด้วยสัญญาณ Wi-fi ที่สามารถจับคู่ได้มากถึง 250 อุปกรณ์ในเครื่องเดียว อาทิ การลดระดับแสงของหลอดไฟไปจนถึงปิดการใช้งาน, ลด/เพิ่มเสียง หรือเปลี่ยนช่องการเชื่อมบนสมาร์ตทีวี, ดูกล้องวงจรปิดภายในบ้านผ่านแอปปลิเคชั่นบนมือถือของ Control 4 ฯลฯ 

ในขณะที่อีกโซนหนึ่งของงานอันเป็นการนำเครื่องดนตรีหรืออุปกรณ์ด้านเสียงๆ ต่าง จาก Sound City ร้านค้าปลีกเครือลูกของทาง Mahajak ที่เน้นขายอุปกรณ์ด้านเสียง มาจัดเรียงให้เห็นเป็นตัวอย่างถึงความครบครันและตอบโจทย์อภิรมย์ด้านการฟัง ไล่ตั้งแต่หูฟังและลำโพงแบรนด์ JBL, เครื่องมิกซ์เสียงจากแบรนด์ SoundCraft ฯลฯ ซึ่งหากใครสแกน QR Code ที่อยู่ภายในงานนี้ ก็จะได้รับไปเลยทันทีส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าจากทางร้าน Sound City ทั้ง 3 สาขา (Central World, The EmQuartier และ Siam Paragon)

งาน Mahajak Smart Living จัดขึ้น ณ ลาน Atrium ชั้น 3 ที่ Central World โดยจะอยู่ถึงวันที่ 7 – 15 ธันวาคมที่จะถึงนี้ครับ ใครสนใจก็ลองไปแวะเวียนที่งานกันดูนะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ทุ่ม 200 ล้าน!เปิดตัว MVHUB บริการสตรีมมิงน้องใหม่จาก MVTV พร้อมเปิดให้บริการปลายเดือนมกราคม 62

Published

on

หากใครเติบโตมาในยุคต้น 90 ย่อมคุ้นเคยกันดีกับหนังจีนชุดอย่าง เปาบุ้นจิ้น มังกรหยก เจ้าพ่อตลาดหุ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคอนเทนต์ดังๆ ทั้งนั้น โดยบริษัทที่ถือว่าครองลิขสิทธิ์คอนเทนต์หนัง-ซีรีส์จีนมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้น MVTV สื่อดีๆที่หาคอนเทนต์หลากหลายมาเอาใจคอหนังจีนเสมอ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุค วีดีโอ VHS จนถึงยุค VCD และ DVD ตามลำดับรวมถึงการให้บริการผ่านช่องดาวเทียมก็เคยมาแล้ว และเพื่อให้สนองตอบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปก็ได้เวลาที่ MVTV จะทุ่มทุนถึง 200 ล้านเพื่อขยับเข้าสู่ตลาด Over The Top tv หรือบริการสตรีมมิงที่กำลังฮอตฮิตในปัจจุบัน แต่ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักถึงที่มาของ MVTV และการตัดสินใจรุกตลาดธุรกิจสตรีมมิงในครั้งนี้กันก่อนดีกว่า

ปรับกระบวนยุทธรุกธุรกิจ Over The Top TV. (OTTtv)

นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า แกนหลักธุรกิจของกลุ่มเอ็มวีทีวีตลอดกว่า 40 ปี คือการนำเข้าและจัดจำหน่ายคอนเทนต์จากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกงและไต้หวัน โดยเริ่มต้นจากการพากย์เสียงภาษาไทย  แล้วส่งร้านเช่าวิดีโอในจังหวัดนครสวรรค์  ก่อนก้าวสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง Movie Home Video  แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปสู่ VCD  DVD ทีวีดาวเทียมและทีวีดิจิทัล  แต่คอนเทนต์หลักของกลุ่มเอ็มวีทีวีที่ส่งผ่านสื่อต่างๆ ยังคงคอนเทนต์จีนเป็นหลัก และสามารถส่งไปถึงผู้ชมได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น

“กลุ่มเอ็มวีทีมีคอนเทนต์จีนที่พากย์ไทย สะสมอยู่ตลอด 40 ปีที่อยู่ในธุรกิจนี้  มากกว่า 30,000 ชั่วโมง และเมื่อผนึกรวมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่างทีวีบี ฮ่องกงและค่ายหนังในไต้หวัน ทำให้มั่นใจได้ว่าเอ็มวีทีวีมีคอนเทนต์จีน มากที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน” นายชัยยุทธกล่าว

ด้วยศักยภาพที่มีอยู่ของกลุ่มเอ็มวีทีวี จึงเป็นแรงผลักดันและเร่งพัฒนาธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา บรอดแบนด์หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้เข้าถึงครัวเรือนไทยกว่า 8 ล้านครัวเรือน  และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G-4G ได้ครอบคลุมไปทั่วประเทศแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นทาง MVTV ยังได้เปิดตัวผู้บริหารรุ่นใหม่มานำทัพ MVHUB สู้ศึกในตลาดสตรีมมิงอันดุเดือดครั้งนี้ด้วยจะเป็นใครบ้างมาชมกันเลย

(จากด้านซ้าย) นางสาววรนุช ทวีปวรเดช, นายณัฐพงษ์ โอฆะพนม, นายชัยยุทธ ทวีปวรเดช และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช

  • นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) เปี่ยมประสบการณ์บริหารสื่อครบวงจรและผลิตคอนเทนต์ทุกรูปแบบ มากว่า 30 ปี มานำทีมเอ็มวีทีวี ในตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการธุรกิจใหม่  บริษัท เอ็มวี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อนำประสบการณ์และเครือข่ายทางธุรกิจมาพัฒนาธุรกิจใหม่ของบริษัท ในการสนองตอบความต้องการของผู้ชมทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
  • ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช บุตรชายนายชัยยุทธ  มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  ดูแลการพัฒนาเทคโนโลยีธุรกิจออนไลน์สตรีมมิ่งและเทคโนโลยีสารสนเทศของกลุ่มบริษัท
  • นางสาววรนุช ทวีปวรเดช บุตรสาวของนายชัยยุทธ ทำงานคัดสรรภาพยนตร์และซีรี่ส์จีนที่เป็นธุรกิจหลักของครอบครัวทวีปวรเดชมาโดยตลอด รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการคอนเทนต์   ่
  • นางสาวมะลิวรรณ เดชาฤทธิ์ ประสบการณ์บริหารการตลาดและพัฒนาธุรกิจหลากหลายธุรกิจกว่า 30 ปี ทั้งธุรกิจสื่อ  ธุรกิจร้านเช่าวิดีโอ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจซุปเปอร์สโตร์ ธุรกิจไลฟ์สไตล์ ฯลฯ รับผิดชอบด้านการตลาด MVHub และพัฒนาธุรกิจในเครือเอ็มวีทีวีที่ขยายไปใน CLMV
  • นายณัฐพงษ์ โอฆะพนม ประสบการณ์ระดับบรรณาธิการข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรม ผู้กำกับละครโทรทัศน์และนักวิจารณ์ภาพยนตร์มากกว่า 20 ปี จะรับผิดชอบด้านการคัดสรรคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรี่ส์จากทุกแหล่ง

มีอะไรให้ดูบ้างใน MVHUB

สุดยอดคอนเทนต์จาก TVB 

สำหรับ MVHUB จุดเด่นที่สุดของคอนเทนต์คงหนีไม่พ้นรายโทรทัศน์จากไต้หวัน จีนและฮ่องกง โดยมีค่าย TVB เป็นหัวหอกสำคัญมีทั้งซีรีส์คลาสสิก ซีรีส์ใหม่ๆได้ดูกันแบบทันใจเลยทีเดียว

โดยกลุ่มทีวีบีฮ่องกงได้ตัดสินใจมอบสิทธิ์ให้กลุ่มเอ็มวีทีวีในการบริหารคอนเทนต์ในระบบออนไลน์สตรีมมิ่ง (Online Streaming) ในไทยและ CLMV โดยจะนำแอพพลิเคชั่น TVB Anywhere เป็นส่วนหนึ่งในแพลทฟอร์ม MVHub ด้วย  เพื่อให้บริการทั้งพากย์ไทยและเสียงภาษาจีน สำหรับคนจีนหรือคนไทยที่ต้องการรับชมเสียงภาษาจีน

บริการของกลุ่มทีวีบีฮ่องกงที่กลุ่มเอ็มวีทีวีบริหารจัดการ แบ่งเป็น 3 รูปแบบคือ

  1. ช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม TVB Anywhere Drama Thai  ฉายภาพยนตร์และซีรี่ส์จีน      พากย์ไทยตลอด 24 ชั่วโมง รับชมได้ฟรี (ฟรีทูแอร์)  เริ่มออกอากาศแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา      ในระบบ C-Band สามารถรับชมบนจานดาวเทียมทุกค่าย เช่น จานพีเอสไอช่อง 113 ฯลฯ
  2. บริการ TVB Anywhere Thai Pack ภาพยนตร์และซีรี่ย์ของค่ายทีวีบี พากย์ไทยทุกเรื่องกว่า 10,000 ชั่วโมง  ผ่านระบบออนไลน์สตรีมมิ่งของ MVHub อัตราค่าสมาชิกส่วนเพิ่มจาก MVHub เพียงแค่ 200 บาทต่อเดือน สามารถรับชมคอนเทนต์จากทีวีบีฮ่องกงได้อย่างไม่จำกัด
  3. บริการ TVB Anywhere ภาษาจีน ทีวีบีฮ่องกงได้เปิดให้บริการนี้แล้วในฮ่องกง แคนาดา ฯลฯ ซึ่งเป็น ครั้งแรกที่จะเปิดให้บริการผู้ชมชาวจีนที่อยู่อาศัยในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รวมทั้ง นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาในย่านนี้ สามารถรับชมช่องรายการโทรทัศน์จากฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ ฯลฯ และภาพยนตร์และซีรี่ส์ของทีวีบีฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ หรือไต้หวัน เป็นภาษาจีน แทบจะเหมือนกับการรับชม   ในบ้านเกิด

แพลทฟอร์มเพื่อพันธมิตรสู่ CLMV

นอกจากนี้ MVHUB ยังมุ่งผลักดันคอนเทนต์ไทยที่เป็นพันธมิตรไปสู่ตลาด กันพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียตนามหรือตลาด CLMV (Cambodia Lao Myanmar Vietnam) โดยนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กล่าวว่า แพลทฟอร์ม MVHub ยังพัฒนาไว้รองรับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนต์ในประเทศไทย สามารถเข้าร่วมโครงการได้  โดยใช้จุดแข็งของกลุ่มเอ็มวีทีวีที่มีฐานของโทรทัศน์ดาวเทียมและโทรทัศน์ภาคพื้นดินในประเทศเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา ขยายคอนเท็นต์เข้าสู่ตลาดในภูมิภาคนี้ได้

“กลุ่มเอ็มวีทีวีพร้อมจะใช้ศักยภาพของทีมพากย์ที่เป็นเจ้าของภาษาเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา เพื่อทำให้ คอนเทนต์ของพันธมิตรเป็นภาษาท้องถิ่นและเข้าถึงผู้ชมในภูมิภาคนี้”

จุดเด่นอีกข้อหนึ่งของแพลทฟอร์ม MVHub คือ ผู้ใช้บริการสามารถรับชมช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมประมาณ 150 ช่องในระบบออนไลน์สตรีมมิ่ง โดยไม่ต้องติดตั้งจานดาวเทียม โดยช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียม มีทั้งช่องทีวีดิจิทัลครบทุกช่อง ช่องทีวีดาวเทียมของไทยที่คัดสรรคุณภาพและช่องทีวีดาวเทียมภาษาต่างประเทศ เช่น ช่องจากประเทศจีน ฮ่องกง เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมทั้ง ช่องภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซียฯลฯ

ให้บริการผ่านอุปกรณ์หลากหลายทลายข้อจำกัดในการรับชม

MVHUB ให้บริการทั้งรูปแบบแอพลิเคชั่นในระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส เพื่อดาวน์โหลดไว้บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ค  แท็บเล็ต  โทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อทุกรุ่น  รวมทั้ง สมาร์ททีวีทุกรุ่น  ส่วนเครื่องรับโทรทัศน์ที่ไม่สามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น MVHub ได้โดยตรง  สามารถใช้กล่องรับสัญญาณ V2H เชื่อมต่อกับโทรทัศน์ได้

ค่าบริการเป็นมิตรกับทุกยุทธจักร

อัตราค่าบริการรายเดือน เริ่มต้นจาก 189 บาทต่อเดือนต่อหนึ่งสมาชิกและรายปีเพียง 1,890 บาทเท่ากับดูได้ 1 ปีในราคาเพียง 10 เดือนเท่านั้น และถ้าเพิ่มจำนวนสมาชิกในแอคเคาต์ก็เพิ่มเพียง 100 บาทต่อชื่อ เท่านี้ก็สามารถรับชมภาพยนตร์และซีรี่ส์จีนที่กลุ่มเอ็มวีทีวีได้ลิขสิทธิ์เผยแพร่พากย์ภาษาไทยมากกว่า 30,000 ชั่วโมงรวมถึงรายการโทรทัศน์มากมายในระบบสตรีมมิง

ซึ่งการเข้ามาของ MVHUB ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะคอหนังจีนที่น่าจะฟินไม่น้อยเลยทีเดียว โดย MVHUB จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเดือน มกราคมปี 2562 นี้

ตัวอย่างคอนเทนต์ชวนกรี๊ดของแฟนหนังจีน

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

“เซเว่น อีเลฟเว่น” สานต่อ “ลดวันละถุง คุณทำได้” หนุนคนไทยลดใช้ถุงพลาสติก เปลี่ยนเป็นเงินมอบให้รพ.ศิริราช

Published

on

สืบเนื่องมาจากที่ “เซเว่น อีเลฟเว่น” เดินหน้านโยบาย 7 Go Green (เซเว่นโกกรีน) ที่ได้ฤกษ์ใช้วันที่ 7 เดือน 11 รณรงค์ “ลด และ เลิกใช้ถุงพลาสติก” ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ เพื่อ“ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ที่จะมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เพราะทุกคนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้ถุงพลาสติกที่มีต่อโลกของเรา เริ่มต้นด้วยการ
▪นำหลัการ 3R เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ ตั้งแต่การ Reduce , Reuse , Recycle
ซึ่งโครงการ 7 Go Green ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างจิตสำนึก ตระหนักถึงความสำคัญสิ่งแวดล้อม
และจากสถิติตั้งแต่เดือน มคกราคม -กันยายน 2561 ที่ผ่านมา จากโครงการทั้งหมดทั้งมวลนี้ สามารถช่วยโลก ด้วยการลดการใช้ถุงใช้ถึง 90.8 ล้านใบ

มาในวันนี้ทาง เซเว่น อีเลฟเว่น จึงได้สานต่อโครงการรณรงค์ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก เปิดตัวแคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” และได้ซูเปอร์สตาร์มหาชน “ตูน บอดี้สแลม” มาเป็นพรีเซนเตอร์ ร่วมเชิญชวนคนไทยลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินนำไปสมทบทุนใช้ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช

แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” รณรงค์ให้ผู้ที่เข้าใช้บริการซื้อสินค้าในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ให้ลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน 0.20 บาท/ถุง นำไปสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช โดยได้ศิลปินที่เป็นที่ชื่นชอบของหลาย ๆ คนอย่าง “ตูน บอดี้สแลม” มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมปล่อยภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด Promise “สัญญาที่ดีที่สุดคือสัญญาที่ทำได้จริง” เผยแพร่ผ่านทางสื่ออย่างโทรทัศน์ และตามสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ไลน์ และยูทูบ รวมทั้งเผยแพร่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศด้วย

เพราะ“ตูน บอดี้สแลม”เรียกได้ว่าเป็นศิลปินที่เป็นที่รักของคนไทย จากการทำประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย โดยเฉพาะกิจกรรมก้าวคนละก้าว “ตูน บอดี้สแลม” เผยว่า “แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” นับเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่มีเจตนารมณ์ที่ดี ที่จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังได้ร่วมบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลศิริราชด้วย และดีใจที่เราได้เริ่มต้นช่วยโลกของเราอย่างจริงจังกันซักที”

ทุกครั้งที่ลูกค้างดรับถุงพลาสติก พนักงานจะบันทึกไว้ในระบบ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดูจำนวนถุงที่ลดลง และยอดเงินบริจาคได้ทาง หน้าจอเครื่องรับชำระเงิน , 7 APP และ แฟนเพจ 7-Eleven Thailand ได้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าแคมเปญนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ทาง“เซเว่น อีเลฟเว่น” จะยังคงดำเนินแคมเปญนี้ต่อไป เพื่อให้มีการลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกอย่างถาวรในอนาคต

เพราะถ้าคนเราใช้ถุงผ้าสัปดาห์ละ 1 วันจะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านถุงต่อปี

ข้อดีของการใช้ถุงผ้ามีดังนี้  

  • ซักทำความสะอาดได้
  • พกใส่กระเป๋าได้ ไม่เปลืองเนื้อที่กระเป๋า
  • ใส่ของได้หลายชิ้น ไม่ขาดง่าย
  • ย่อยสลายได้ ไม่เป็นปัญหาในสิ่งแวดล้อม
  • สามารถใช้ถุงผ้าซ้ำได้บ่อย ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้า
  • ช่วยลดปัญหาโลกร้อน
  • เมื่อเราใช้ถุงผ้าใส่ของ เราจะได้แต้มเพิ่มจากการสะสมแต้ม
  • ถุงผ้าสามารถใช้สะพายได้ ลดการใช้กระเป๋าที่ผลิตจากวัสดุอื่น
  • เราสามารถออกแบบลวดลายต่าง ๆ ของถุงผ้าได้

แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” ยังได้องค์กรชั้นนำจากทั้งภาครัฐและเอกชน มารวมพลังสนับสนุนการลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกอีกหลายองค์กร อาทิ

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • กรมควบคุมมลพิษ
  • กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร
  • เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย
  • มูลนิธิโลกสีเขียว
  • Mahasamut Patrol Thailand
  • สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
  • โครงการอาสาสมัครเพื่อสังคม
  • สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม และ
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!