Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Panasonic เผย TV 4K รุ่นล่าสุดเน้นความสามารถด้าน Video on Demand พร้อมโปรฯ พิเศษสำหรับคนรักภาพยนตร์

พานาโซนิค เผยไลน์อัปใหม่ทีวี 4K 11 ซีรี่ส์ รวมทั้งสิ้นกว่า 20 รุ่น จัดเต็มตอบรับกระแสตลาด 4K ไทยเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเผยคอนเซปต์ Hollywood to Your Home เน้นคุณภาพของภาพที่ได้รับการปรับจูนสีสันโดยทีมฮอลลีวู้ด และเน้นด้านการรับชม VDO on Demand โดยเฉพาะ

จุดเด่นบน Panasonic TV รุ่นปี 2018

  • ระบบ TV On Demand ที่สามารถ Resume การรับชมของเราได้ เช่นบน YouTube เวลาเราต้องเปลี่ยนไปดูแอปอื่น หรือดูทีวีปกติ ถ้าเราอยากกลับมาดู แค่กดปุ่มเดียว เราก็สามารถกลับมาดูสิ่งที่เราดูค้างไว้บน YouTube ได้ทันที แถมยังมี VoD รองรับมากถึง 6 แอปด้วยกันดังนี้ Youtube, Netflix, iflix, mono maxxx, BUGABOO.TV และ DOONEE
  • รีโมตที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แถมสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย หรือเวลาเราหารีโมตไม่เจอ ก็สามารถใช้ Remote App ของ Panasonic ก็ทำได้เช่นเดียวกัน
  • เมนูไม่ซับซ้อน กดเปิดขึ้นมาก็ไม่บดบังหน้าจอเวลารับชมภาพยนตร์อยู่

  • คุณภาพของภาพที่ได้รับการปรับจูนสีสันโดยทีมฮอลลีวู้ดให้ตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด ตามชื่อ Hollywood to Your Home
  • มีรุ่นทีวีให้เลือกมากมายกว่า 20 รุ่น  11 ซีรีส์ รวมไปถึงทีวีขนาด 55 นิ้วให้เลือกถึง 5 ซีรีส์
  • **โดยในช่วงของการเปิดตัวและแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ พานาโซนิค จัดแคมเปญ “4K Hollywood to your home” ผู้ที่ซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2561 จะได้รับสิทธิ์ชมภาพยนตร์จากแอปพลิเคชั่น iflix เป็นระยะเวลา 6 เดือนเต็ม โดยสามารถแลกรับสิทธิ์ได้ภายใน วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

สำหรับผลิตภัณฑ์ทีวี พานาโซนิคทั้ง 11 ซีรี่ส์ 20 รุ่น นั้นมีทั้ง OLED ทีวี และ 4K ทีวี โดยมีไฮไลท์ ได้แก่ ซีรี่ส์ FZ1000 ซึ่งเป็น OLED ทีวี ขนาด 65 นิ้ว และซีรี่ส์ FZ950 อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับ OLED ทีวี ขนาด 55 นิ้ว มีระบบประมวลผล Hexa Chroma Drive PRO ที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสสีสันแท้จริงแห่งธรรมชาติที่ปราศจากการปรุงแต่ง คมชัดดุจมีชีวิต เพลิดเพลินไปกับจินตนาการเสมือนจริง รองรับภาพระดับ HDR10+ ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Tone Mapping ช่วยให้ภาพมีความสว่าง สีสัน และความคมชัดอย่างลงตัวในทุกๆ ฉากที่ชม ควบคู่ไปกับ Absolute Black Filter ฟิลเตอร์พิเศษของพานาโซนิคที่ทำให้สัมผัสถึงเฉดสีดำได้อย่างแท้จริง ไล่โทนอย่างเรียบเนียนด้วยเทคโนโลยี Ultra-Fine Tuning มาพร้อมกับ Sound Bar ที่ให้เสียงทรงพลังตั้งแต่ระดับเสียงทุ้มต่ำที่สุดด้วยลำโพงวูฟเวอร์ รูปลักษณ์สวยสง่าทั้ง 360 องศา สามารถจัดวางได้ทุกพื้นที่

ซีรี่ส์ FX800 ทีวีระดับไฮเอนด์ หรือ 4K PRO HDR ขนาด 55 นิ้ว และ 49 นิ้ว ของพานาโซนิค โดดเด่นด้วย Art&interior glass การดีไซน์กรอบกระจกโดยรอบให้มีความบางใส สวยงาม พร้อมกับเทคโนโลยี Utra-Fine Tuning ที่ช่วยแสดงภาพได้ตรงกับต้นฉบับเดิมของผู้สร้างภาพยนตร์ ซึ่งนอกจากเทคโนโลยี Hexa Chroma Drive PRO ที่มอบสมบูรณ์แบบด้วยการฉายภาพหนึ่งพัน ล้านเฉดสี และแยกแยะความเข้มอันละเอียดอ่อนได้อย่างแม่นยำ มาพร้อมฟังก์ชั่น Dynamic Scene Optimiser ที่ช่วยปรับภาพให้เหมาะสมกับแต่ละสภาพแสงของห้องได้อย่างลงตัว ช่วยให้เพลิดเพลินไปกับรายการทีวีหรือภาพยนตร์ที่รองรับระบบ HDR ได้

อีกทั้งยังมี Smart Feature ที่พัฒนาให้สมาร์ทมากยิ่งขึ้น อาทิ my Home Screen 3.0 ที่สามารถแนะนำแอปพลิเคชั่นที่เข้าบ่อยครั้งไว้หน้าจออัตโนมัติ Internet Apps แอปพลิเคชั่นเพื่อความบันเทิงอย่าง Youtube ซึ่งเข้าถึงได้ง่าย สามารถย้อนกลับมาชม ณ จุดที่ชมค้างไว้ได้อย่างต่อเนื่อง เพลิดเพลินไปกับ Video on Demand (VOD) พร้อมกับฟังก์ชั่น TV Remote App ให้คุณสามารถใช้สมาร์ทโฟนควบคุมทีวีได้ง่ายดายผ่าน Touch Screen หรือ Voice Control รวมทั้งยังมี Bluetooth Audio Link สามารถรับฟังเพลงจากสมาร์ทโฟน หรือส่งสัญญาณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Bluetooth อื่นๆ ได้ และซีรี่ส์ FX700 ขนาด 55 นิ้ว และ 49 นิ้ว ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บางเฉียบ ปรับขาตั้งได้ 2 รูปแบบ สวยงามทั้ง 360 องศา ลงตัวกับการจัดวางในทุกพื้นที่ของบ้าน

มร. ฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

มร. ฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 100 ปี การดำเนินงานของพานาโซนิคในปีนี้ พานาโซนิคได้วางเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ โพรไวเดอร์ (Lifestyle Provider) เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (A Better Life) สู่ผู้บริโภคชาวไทยผ่านสินค้าและนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม ด้วยไลน์สินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยผลิตภัณฑ์ภาพและเสียง โดยเฉพาะทีวีนั้น เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่พานาโซนิคให้ความสำคัญมาโดยตลอด ทั้งในการด้านการผลิต การทำตลาด และการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด และยังคงเน้นย้ำถึงเทคโนโลยีคุณภาพระดับ 4K เพื่อตอบโจทย์ทุกสุนทรียภาพแห่งการรับชม

“ผลิตภัณฑ์ ทีวี พานาโซนิค ในปีนี้ จะทำการตลาดภายใต้คอนเซปต์การสื่อสาร Hollywood to Your Home ซึ่งจะชูจุดเด่นด้านคุณภาพของภาพที่ได้รับการปรับจูนสีสันโดยทีมฮอลลีวู้ดให้ตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด พร้อมด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์เรียบหรู สวยงาม ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งมาพร้อมสมาร์ท ฟีเจอร์ (Smart Feature) ที่จะทำให้ไลฟ์สไตล์การรับชมโทรทัศน์ของผู้บริโภคนั้นง่ายและสนุกมากกว่าเดิม มีทั้งหมด 11 ซีรีส์ 20 รุ่น แบ่งเป็นทีวี 4K ถึง 8 ซีรี่ส์ 14 รุ่น โดยมีขนาด 55 นิ้วถึง 5 ซีรี่ส์ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่นิยมชมทีวีที่มีขนาด 55 นิ้วขึ้นไปมากขึ้น”

มร.ทาคาชิ ซาซากิ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ด้าน มร.ทาคาชิ ซาซากิ ผู้อำนวยการส่วนการขายและการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ทีวีในประเทศไทยว่า ในปี 2018 นี้ ความต้องการผลิตภัณฑ์ทีวีมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม 4K ที่เติบโตถึง 55% และคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 70% ในปี 2020 ทำให้เห็นว่าผู้บริโภคสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของภาพเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันยังพบว่าตลาดมีความต้องการทีวีที่ขนาดใหญ่มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันทีวีที่มีขนาด 55 นิ้วนั้นได้รับความนิยมและเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ประกอบกับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มักจะหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ นิยมใช้สมาร์ท ฟีเจอร์ (Smart Feature) หรือบริการวิดีโอ ออน ดีมานด์ (Video on Demand: VOD) และพิจารณาจากรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ง่ายและมีคอนเท้นท์ที่หลากหลาย ทำให้พานาโซนิคได้มีการปรับกลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาต “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องส่งและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาต ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!