Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

AI & IOT & Blockchain เราจะหนีตายจากยุคเทคโนโลยีไล่ล่าได้อย่างไร?

อีก 1 Session ดี ๆ ในงาน Blockchain Thailand Genesis ที่ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกร beartai12+ ที่เราคุ้นเคยกันดี ได้ขึ้นพูดบนเวทีใหญ่ แบไต๋ขอสรุปให้คุณอ่านกันที่นี่เลย

AI & IOT & Blockchain 3 สิ่งสำคัญในยุคปัจจุบัน

ถ้าพูดถึง Blockchain คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงเรื่อง “เงิน” แต่วันนี้ Blockchain ไม่ใช่เรื่องของเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำมาใช้งานในด้านต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำ Smart Contact สัญญาที่ไม่สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งแน่นอนว่า เหล่าองค์กรทางการเงินเช่น ธนาคารต่าง ๆ ก็มีความสนใจในด้านนี้เป็นอย่างมาก เพราะการมาของ Blockchain และ Cryptocurrency นี้จะสามารถ Disrupt ธนาคารได้ ปัจจุบันจึงได้มีการทำ Application ต่าง ๆ ของแต่ละธนาคารออกมาและนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้

เพราะความน่ากลัวของโลกปัจจุบันคือเรามัวแต่มองข้างหลัง แต่อาจจะมีสิ่งอันตรายพุ่งมาข้างหน้าก็เป็นได้

AI เรื่องน่ากลัวของคน Routine

AI คือปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มเข้ามาใช้งานในชีวิตประจำวัน และมีหลาย ๆ บริษัทที่กำลังสร้างหุ่นยนต์ที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันได้ และในเรื่องของอุตสาหกรรมการผลิตหรืออุตสาหกรรมการบินเช่น Drone ก็จะมีความสามารถสูงยิ่งขึ้น เช่น สามารถถ่ายภาพแล้วสร้างออกมาเป็นภาพสามมิติได้ทันที

รวมทั้งด้าน E-Commerce ก็จะใช้ AI มาควบคุมการส่งสินค้า การทำงานด้านต่าง ๆ พูดถึงเทคโนโลยี AI จาก Google Assistant ที่สามารถโทรไปจองร้านตัดผมหรือจองร้านอาหารได้ในครั้งเดียว ในอนาคตอาชีพโทรขายสินค้าหรือติดต่อบริการเช่นเลขาฯ อาจจะหายไปก็เป็นได้

ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่า คนทำงานด้าน Routine จะเริ่มถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหุ่นยนต์นั้นสั่งอะไรได้แบบนั้น แตกต่างจากมนุษย์ที่มีความไม่แน่นอนมากกว่า

IoT อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง

ยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นยุค IoT ซึ่งทุกอย่างที่ต่อไฟฟ้า สามารถต่อ internet ได้ เพื่อส่งข้อมูลหากัน ซึ่งในอนาคต Data จะถูกเรียกว่าเป็น The new oil หรือน้ำมันเครื่องแหล่งใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับโลก เช่น Grab มี User และ Data อยู่จำนวนมหาศาล ทำให้ในการระดมทุนรอบล่าสุด มีหลายบริษัทที่เข้ามาร่วมลงทุน ซึ่ง KBank ก็เป็น 1 ในนั้น เพราะปัจจุบันยังมีอีกหลายคนโดยเฉพาะผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ยังไม่มีบัญชีธนาคาร การเข้ามาในครั้งนี้ทำให้ KBank สามารถเข้าถึงข้อมูลกลุ่มคนขับรถที่มีความขยัน และสามารถมอบสิทธิในการกู้เงินซื้อรถใหม่ได้ ทำให้ลดความเสี่ยงในการกู้เงิน แล้วหนี้ศูนย์ได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายนี้โลกของ Blockchain ไม่ได้เป็นเพียงแค่โลกของเด็กรุ่นใหม่ แต่คนทันสมัยทุกวัยสามารถใช้ประโยชน์กับมันได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

#เลิกสำเนาแล้ว! DGA หนุนราชการ 3D เปิดโหมดสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มพิกัด

Published

on

ยุคใหม่ของราชการไทยมาถึงแล้ว โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA พร้อมหนุนราชการภายใต้แนวคิด “3D: Digital Data และ Design” เปิดโหมดสู่รัฐบาลดิจิทัลเต็มพิกัด พร้อมโชว์นิทรรศการ “DG Village” ในงานสัมมนา Digital Government Summit 2019 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมา

พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน CITIZENinfo ผู้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ติดต่อราชการได้ง่ายขึ้น จับมือ 19 กระทรวง และสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครลงนาม MOU ร่วมมือช่วยหนุนพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลแก่ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับงานสัมมนาฯ ในครั้งนี้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ภาครัฐไทยกับการก้าวเข้าสู่รัฐบาลดิจิทัล” เพื่อตอกย้ำความสำเร็จโครงการเด่นของรัฐบาล พร้อมโชว์ความก้าวหน้าโครงการยกเลิกสำเนาว่า “รัฐมีความพร้อมแล้วที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ในวันนี้ทุกท่านได้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่มุ่งพัฒนาบริการภาครัฐให้ประชาชนมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะโครงการที่ สำนักงาน ก.พ.ร. กรมการปกครอง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมือกันผลักดันโครงการยกเลิกสำเนาเอกสารราชการ (No Copy) เพื่อลดภาระประชาชนเมื่อมีการติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐ ด้วยเจตนารมณ์เพื่อลดความยุ่งยาก ลดเวลาและค่าใช้จ่ายการจัดเตรียมเอกสาร ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ยกเลิกการเรียกสำเนาแล้วครอบคลุม 20 กระทรวงหรือ 151 หน่วยงานทั่วประเทศ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของรัฐอีกทางหนึ่ง ในขณะที่ภาครัฐเองก็ได้ประโยชน์จากการลดการใช้กระดาษ ลดพื้นที่การจัดเก็บเอกสารและประหยัดเวลากระบวนงานต่างๆ ลง

รัฐบาลเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยการส่งแอปพลิเคชัน CITIZENinfo ของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนและมาสคอต “คุณหลวง” เป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ภาครัฐยุคใหม่ที่จะคอยนำเสนอบริการดิจิทัลต่างๆ จากภาครัฐที่เพิ่งเปิดตัวในวันนี้ให้เป็นผู้ช่วยประชาชนในการค้นหาจุดให้บริการหน่วยงานของรัฐใกล้บ้าน พร้อมแสดงตำแหน่งพิกัดและเส้นทางการเดินทางไปยังจุดให้บริการได้สะดวก แสดงรายละเอียดขั้นตอนการให้บริการ และใช้เป็นเครื่องมือแสดงสถานะการยกเลิกสำเนาเอกสาร รวมถึงสามารถประเมินความพึงพอใจต่อการให้บริการของหน่วยงานของรัฐได้ด้วย

จึงขอเชิญชวนทุกท่านดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CITIZENinfo มาติดมือถือไว้เป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ติดต่อราชการได้ง่ายขึ้น ความสำเร็จในครั้งนี้สืบเนื่องจากความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เร่งดำเนินการตามนโยบายในโครงการยกเลิกสำเนาเอกสาร ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่ประกาศไว้ได้ในไม่ช้า และหลังจากจบงานนี้จะมีการแจ้งไปยังทุกหน่วยงานของรัฐให้มารับสื่อประชาสัมพันธ์นำไปติดที่เคาน์เตอร์ให้บริการประชาชนทุกจุดทั่วประเทศ เพื่อแสดงให้ประชาชนทราบว่าหน่วยงานของท่านยกเลิกการเรียกขอสำเนาจากประชาชนแล้ว”

เหล่าดารา นักร้อง-นักแสดง นำโดยตั๊ก บริบูรณ์ ก็ออกมาโชว์ความสนุกให้เห็นในงานนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ เช็คสิทธิ์สวัสดิการของตนเอง เช็คยอดเงินในบัตรสวัสดิการภาครัฐ และเข้าถึงข้อมูลเอกสารดิจิทัลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเอกสารต่างๆ ที่ออกโดยราชการได้ด้วย

ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า งานสัมมนาครั้งนี้เป็นการนำผลสำเร็จของทุกหน่วยงานมาเล่าสู่กันฟังถึงสิ่งที่ประชาชนได้จากรัฐบาลดิจิทัล ทั้งความสะดวกสบายในการโอนเงินและชำระเงินผ่านพร้อมเพย์ การใช้บริการผ่านศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ หรือ Biz Portal การให้บริการ e-TAX-INVOICE & e-Receipt ผ่านออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อประชาชน “ภาษีไปไหน?” และภาษีมาจากไหน ผ่านทางเว็บไซต์ govspending.data.go.th และแอปพลิเคชัน การนำเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของภาครัฐ เช่น การเลือกตั้ง การศึกษา และบริการดิจิทัลภาครัฐอื่นๆ อีกมากมาย ข่าวดีสำหรับงานนี้ DGA ได้จัดทำหนังสือ Blockchain for Government Services การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับภาครัฐ ฉบับภาษาไทย แจกฟรีสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าชมนิทรรศการ “DG Village” และมีให้ดาวน์โหลด e-Magazine ไปอ่านได้ฟรีที่เว็บไซต์ www.dga.or.th อีกด้วย

เรียกได้ว่านี่คือ 1 ก้าวสำคัญของประเทศไทยที่ทางราชการไทยเริ่มดำเนินเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 อย่างแท้จริงครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

นานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้อง “Makerspace Room” มุ่งเน้นเสริมความรู้ไอทีให้นักเรียน

Published

on

โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้องนวัตกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Makerspace Room) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องมือสำหรับนักเรียน MYP ARTS, การออกแบบ, วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียน

ประโยชน์ของ Makerspace Room

ห้อง Makerspace Room เป็นพื้นที่ทำงานภายในโรงเรียนที่การเรียนรู้แบบดั้งเดิมตรงตามการใช้งานจริง เราเริ่มจากทฤษฎีไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำงานที่สร้างขึ้นสำหรับนักเรียนและครู เน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้นักเรียนมีความอยากรู้ อยากเห็น ให้เริ่มต้นกับทฤษฎีและการใช้งานในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

ภายในห้อง Makerspace Room นี้ประกอบไปด้วย

  • หลอดเลเซอร์ CO2 สำหรับตัดและแกะสลักไม้และอะคริลิค
  • มีบอร์ดเครื่องมือซึ่งคุณสามารถรับวัสดุได้ทันที
  • นอกจากนี้ยังมีเครื่องพิมพ์ 3D ซึ่งสามารถตอบสนองทุกดีไซน์ โดยใช้เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์, เส้นใย ABS, เส้นใยปลา, เส้นใยไม้หรือเส้นใย PET ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์การออกแบบใด ๆ สามารถพิมพ์และส่งเป็นชุดคำสั่งในภาษาเครื่อง (G-code) เพื่อให้เครื่องพิมพ์ดำเนินการได้
  • อีกเครื่องในห้องคือเครื่องขัดไม้และอะครีลิคและเครื่องกลึงไม้ เครื่องเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเครื่องพิมพ์ 3 มิติในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์เสร็จแล้ว

This slideshow requires JavaScript.

นักเรียนจะเข้าใจแนวคิดและการใช้งานของมันได้ง่าย และ สนับสนุนให้นักเรียนได้รับความคิดใหม่ ๆ ด้วยความช่วยเหลือของ Makerspace พื้นที่ห้องเรียนนี้จะช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่และด้านความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาที่ถูกระงับไว้เนื่องจากการเรียนรู้รูปแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังจะลดเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีเนื่องจากวัสดุพร้อมใช้งาน ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม นักเรียนสามารถเห็นภาพและประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่กำหนด พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้นและค้นพบสิ่งต่าง ๆ ในระหว่างกระบวนการเรียนรู้

ห้องนี้เตรียมไว้เพื่อให้นักเรียนของ โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เตรียมพร้อมเพื่อให้นักเรียนสร้างอาชีพได้ เขียนโปรแกรมได้ บริหารงานด้วยการใช้เทคโนโลยี ให้เรียนรู้ และลงมือทำ เพื่อให้เห็นก้าวทันโลกเทคโนโลยี มีหลักสูตรพร้อมรองรับอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี การเขียนโปรแกรม และไอที

เด็กทุกคนสามารถเข้าใช้งานห้อง Makerspace Room ได้ พร้อมด้วยอาจารย์คอยให้คำแนะนำ ซึ่งต้องการให้นักเรียนมีความรู้ด้านไอทีตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย มีห้อง Makerspace Room 1 ห้อง แต่ในอนาคตจะเพิ่มจำนวนห้อง และจะขยายให้กว้างกว่านี้ เพิ่มอุปกรณ์การเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ไปแสดงความรู้ความสามารถ ไปแข่งขันข้างนอกโรงเรียน

ที่โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เน้นหลักสูตรที่พัฒนาให้เด็กมีความสามรถ โดยหลักสูตรนานาชาติ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นไทย ปัจจุบันมีนักเรียน 400 คนในโรงเรียน มีตั้งแต่อนุบาลไปจนถึง grade 12

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!