Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ประธานสมาคมธนาคารไทยขอโทษผู้ใช้กรณี PromptPay ล่มในวันสิ้นปี พร้อมคืนค่าธรรมเนียม

จากเหตุการณ์ระบบ PromptPay ล่มในวันสิ้นปี 2560 ทำให้เกิดปัญหาโอนเงินไม่ได้กันนั้น ประธานสมาคมธนาคารไทยได้ออกมาชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น อธิบายสาเหตุความล่าช้าในการแก้ไข และคืนค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในวันนั้น

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงว่า ตามที่ได้เกิดปัญหาการโอนเงินระหว่างธนาคารผ่านบริการพร้อมเพย์ ในช่วงเช้าของวันที่ 31 ธันวาคม 2560  โดยธนาคารผู้ให้บริการ ได้รับทราบปัญหาการโอนเงินข้ามธนาคารผ่านบริการพร้อมเพย์ ที่ผู้รับเงินปลายทางไม่ได้รับเงิน  ธนาคารต่างๆ และ บริษัท ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จึงได้ตรวจสอบหาสาเหตุและขอปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 11:45 . เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้ใช้บริการ

ปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย

จากการตรวจสอบพบว่า ระบบงานที่ใช้ที่บริษัท ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ มีการประมวลผลค่าวันที่สิ้นปีผิดพลาด ทำให้ไม่สามารถโอนเงินไปยังธนาคารปลายทางได้ บริษัทฯ ได้ร่วมกับผู้พัฒนาระบบดำเนินการแก้ไข และ ระบบกลับมาเปิดให้บริการได้ในเวลา 14:45 ในวันเดียวกัน

เป็นความขัดข้องของพร้อมเพย์ครั้งแรกตั้งแต่เปิดให้บริการ

สำหรับรายการโอนเงินที่ลูกค้าไม่ได้รับเงินภายในวันเดียวกันนั้น มีประมาณ 20,000 รายการ ธนาคารต่างๆ และ บริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไข นำเงินเข้าบัญชีผู้รับ ปัจจุบันทุกธนาคารได้คืนเงินให้กับลูกค้าครบถ้วนทุกรายแล้ว

ในฐานะตัวแทนของธนาคารผู้ให้บริการ ต้องขออภัยต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นต่อลูกค้า ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งแรกของบริการพร้อมเพย์ที่ให้บริการมาตั้งแต่เดือนมกราคมของปีที่ผ่านมา  ส่วนสาเหตุของความผิดพลาดนั้น เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากการเขียนโปรแกรม และหลังจากการแก้ไขในครั้งนี้แล้ว เชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาอีก

สำหรับการแก้ไขระบบที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงนั้น เป็นการหาสาเหตุและประสานงานกับผู้พัฒนาระบบ ตลอดจนการทดสอบกับทุกธนาคารเพื่อให้มั่นใจว่าระบบของทุกธนาคารจะทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการที่ดี

ในการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้านั้น ทุกธนาคารได้เร่งดำเนินการตามกระบวนการที่ได้กำหนดไว้และดำเนินการได้เร็วกว่ามาตรฐานที่เคยกำหนดร่วมกัน ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เร่งดำเนินการทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงวันหยุดยาว เพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดกับลูกค้าที่ต้องโอนเงินข้ามธนาคารผ่านช่องทางอื่นแทนพร้อมเพย์ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียม ธนาคารผู้ให้บริการทุกธนาคารจะคืนเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่ลูกค้าทุกราย 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Samsung มีโปรโมชั่น ซื้อ Galaxy S9/S9+ ออนไลน์ แถมฟรี! Portable SSD 1TB

Published

on

By

Samsung ได้โฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ Shop Online ของตัวเอง และโฆษณาตามเว็บไซต์ต่างๆ ว่ามีโปรโมชั่น

“ซื้อ Samsung Galaxy S9/S9+ ผ่านร้าน Shop Online ของซัมซุง จะแถม SSD แบบ External (พกพา) ความจุ 1TB!”

ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 มกราคม 2562 นี้ โดนสามารถสั่งซื้อได้ที่ https://shop.samsung.com/th/offer/s9promo

แต่ไม่รู้ของจะหมดก่อนหรือไม่ รีบๆ กันนะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ภาครัฐฯ จับมือ Creden ทำระบบยืนยันเอกสารออนไลน์ที่ปลอมแปลงไม่ได้ 100%

Published

on

หลังจากที่ทางภาครัฐฯ ได้ประกาศ #เลิกสำเนา แล้วไม่นาน วันนี้หน่วยงานรัฐฯ ก็ประกาศข่าวดีอีกเรื่องในด้านการผลักดันประเทศสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการจับมือสตาร์ทอัพสัญชาติไทย บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด (Creden) ผู้สร้างระบบใช้เอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) เพื่อผลักดันและส่งเสริมทุกภาคส่วน ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติ สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยมีกรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ร่วมลงนามข้อตกลงในครั้งนี้

สิ่งที่ Creden ทำคือ ให้คุณเข้ามาทำการลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคล + หน้าของผู้ยืนยันตัวตน เพื่อสร้างเอกสารสำหรับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายใน 1 นาที และสามารถนำไปใช้กับเอกสารราชการต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน โดยจุดสำคัญของระบบนี้คือการมีส่วนช่วยในด้านลดการใช้กระดาษลงอย่างมาก และยังสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการ โดยนำเอาเอกสารที่เข้าสู่ระบบแล้ว เมื่อส่งเอกสารให้กับผู้มีอำนาจได้ตลอดทุกที่ ทุกเวลา สามารถเซ็นต์เอกสารผ่านมือถือหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ทันที และข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่บน Blockchain จึงมั่นใจได้ว่าไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน และระบบทุกอย่างได้รับมาตรฐานจาก ETDA จึงแน่ใจได้ว่าเอกสารทั้งหมดที่ดำเนินการผ่าน Creden จะสามารถนำไปใช้กับภาครัฐฯ ที่รองรับได้ทั้งหมด พร้อมประทับรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรับรองการมีอยู่ของเอกสาร ณ เวลานั้น ๆ อีกด้วย

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “ในวันนี้ผมมีความยินดีที่ได้เห็นบริษัทสตาร์ทอัพของคนไทยอย่าง บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด ซึ่งได้ริเริ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลโดยให้บริการสร้างเอกสารและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ทางออนไลน์ ซึ่งบริการดังกล่าวนับเป็นบริการที่มีความสำคัญสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ รวมถึงนโยบาย Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะระบบราชการต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงานใหม่ ต้องปรับตัวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล (Digitalization) นำเทคโนโลยีที่มีมาบูรณาการและช่วยอํานวยความสะดวกให้ประชาชน ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการลดการใช้กระดาษในองค์กร ตามมติคณะรัฐมนตรี จะช่วยให้ลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของภาครัฐ สร้างความสะดวกในการทำงานยิ่งขึ้น

คุณ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด กล่าวว่า “การลงนามบันทึกข้อตกลงในครังนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ ครีเดน ในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน หันมาตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในองค์กร การให้บริการประชาชน และเตรียมความพร้อมให้กับภาคธุรกิจสามารถแข่งขันกับต่างประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยบริการของครีเดนนั้นจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการระบุตัวตน (Identification) และ พิสูจน์ตัวตน (Verification) ด้วยระบบการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (eKYC) และระบบการจัดการเอกสารและลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริงตามกฎหมาย ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการของครีเดนในการทำธุรกรรมออนไลน์ได้

ซึ่งครีเดนได้มีการร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการประทับรับรองเวลาเพื่อยืนยันว่าเอกสารมีความถูกต้อง การทำประทับเวลาจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้เอกสารว่าเป็นเอกสารจริงที่มีตัวตน ณ เวลาประทับ  และบริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เป็นต้น ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ใช้เอกสารและลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ในการขอรับบริการกับหน่วยงานต่างๆ ข้างต้น

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “ก้าวสำคัญของภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล” โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากภาครัฐที่ร่วม     ลงนามความร่วมมือดังกล่าว อาทิ คุณภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รศ.นพ.ประยุทธ ศิริวงษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)  ได้ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเกี่ยวกับการนำระบบเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่องค์กรและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างยั่งยืน

ครีเดนเป็นผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (eKYC) ระบบจัดการเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) และระบบประเมินความสามารถทางการเงิน (Credit Scoring) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน (eKYC) เพื่อระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) ของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง โดยเป็นการตรวจสอบความถูกต้องกับหน่วยงานรัฐ ตามประกาศข้อเสนอแนะมาตรฐานฯ แนวทางการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับประเทศไทย
  2. ระบบจัดการเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) เป็นการจัดทำและลงลายมือชื่อเอกสารที่อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือแสดงตนเป็นเจ้าของของข้อความและรวมถึงการยอมรับในข้อความหรือข้อมูลในอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เป็นตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
  3. ระบบประเมินความสามารถทางการเงิน (Credit Scoring) เป็นระบบในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงขององค์กร หรือบุคคลทั่วไป จากข้อมูลที่มี เช่น งบการเงิน ความเกี่ยวข้องของผู้บริหาร เป็นต้น

สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://creden.co/ เพื่อทดสอบระบบได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

อิริคสันเผยข้อมูล 10 พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2019

Published

on

สำหรับยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนต้องใช้ โดยเฉพาะโลกของเราที่กำลังเริ่มก้าวสู่เทคโนโลยี 5G วันนี้อีริคสันได้เผยข้อมูล Ericsson Mobility Report: ในชื่อ The Power of 5G ขุมกำลังเทคโนโลยีใหม่ของอินเตอร์เน็ตยุค “5G” ว่าในปี 2019 นี้จะมีพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างไรบ้าง โดยถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

Mobile Subscription

เผยว่าทั่วโลกมีผู้ Subscription อยู่ที่ 7.9 พันล้านคน และมี 5.7 พันล้านเป็น Mobile Broadband Subscriptions ซึ่งจริง ประชากรโลกมีอยู่แค่ 7.3 พันล้าน ซึ่งเรียกได้ว่าจำนวนผู้ใช้มือถือเกิน 100% แล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งประเทศจีนเป็น 1 ในผู้นำด้านการเติบโต สูงที่สุดในโลก Q3 2018 เติบโตถึง 37 ล้าน Subscription

ข้อมูลประเทศไทยคือ ณ ปี 2018 ระบบ LTE เติบโตสูงกว่า 3G ไปแล้ว ส่วน 2G ผู้ใช้งานก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ สาเหตุที่เติบโตเพราะมือถือมีราคาถูกลง และมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงแอปฯ บนมือถือที่ออกมารองรับตอบโจทย์ผู้ใช้งานนั่นเอง

Mobile Data traffic

การเติบโตของผู้ใช้งาน Data เรียกได้ว่าเป็นเชิง Exponential อย่างก้าวกระโดดกว่า 79% ต่อปี โดยแบ่งออกเป็นผู้ใช้งานกว่า 60% รับชมวิดีโอผ่าน Social Media ต่าง ๆและคาดว่าในปี 2024 จะมีการใช้งานกว่า 74% ของ Data เป็นการรับชมวิดีโอ และจะมีปริมาณการใช้ Data สูงขึ้นกว่าเดิมมาก และคาดว่าในปี 2024 จะมีปริมาณการใช้ data สูงถึง 21 GB ต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมา ด้านอเมริกาเหนือมีอัตราการเจริญเติบโตในการบริโภคข้อมูลสูงที่สุด

ส่วนด้านประเทศไทยมีข้อมูลด้านการใช้งานว่า แต่ละคนจะมีการใช้อินเตอร์เน็ตกับแอปฯ อะไรที่มีปริมาณการใช้ Data สูงที่สุด (ไม่นับจำนวนผู้ใช้งาน) ซึ่ง 5 อันดับแรกคือ

  1. HTV แอปฯ ดูวิดีโอคอนเทนต์ของ True
  2. YouTube แอปฯ รับชมวิดีโอคอนเทนต์ชื่อดัง
  3. TrueID แอปฯ ที่รวบรวมเอาคอนเทนต์ต่าง ๆ มารวมกัน และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต
  4. Facebook แอปฯ Social Media อันดับ 1 ของโลก
  5. LINE แอปฯ Social Media ที่คนไทยชอบใช้เป็นอันดับต้น ๆ

5G & Cellular IoT

คาดว่าด้าน IoT ประเทศที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้คือประเทศฝั่ง เอเชียตะวันออกเช่น จีน เกาหลีและญี่ปุ่น ที่มีเทคโนโลยี NB-IoT และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่ออกมารองรับ โดยคาดการณ์ว่า การเติบโตต่อปี 27% จะเติบโตไปถึงระดับ 4.1 พันล้านตัว โดยแบ่งออกเป็น NB-IoT ที่เน้นการเชื่อมต่อแบบอยู่กับที่ และ Cat-M1 ที่เน้นการติดกับสิ่งที่เคลื่อนที่เช่น รถ SmartCar เป็นต้น

ผลสำรวจล่าสุดจากรายงานประจำปีได้ทำการวิเคราะห์และประเมินเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้บริโภคและคาดการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในอนาคต รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีเสมือน (VR), 5G และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ผลจากรายงานบ่งชี้ว่าเทคโนโลยีอิสระและการทำนายอารมณ์จะเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงและจะมีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นี้

เผย 10 แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตัล ปี 2562 และในอนาคต

  1. เครื่องรับรู้อัจริยะ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้งานแอปพลิเคชันส์ผู้ช่วยส่วนตัวคิดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีจะสามารถรับรู้และเข้าใจถึงอารมณ์ของผู้ใช้ได้ (ปัจจุบันคือ Alexa หรือ Google Home) และจะแนะนำการดำเนินชีวิตของเราได้
  2. ผู้ตอบโต้ที่ชาญฉลาด กว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้งานแอปฯ ผู้ช่วยส่วนตัวคิดว่าอุปกรณ์อัจฉริยะจะสามารถโต้เถียงได้เสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
  3. แอพพลิเคชั่นส์สอดแนม กว่า 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคคิดว่าแอปฯ จะเก็บข้อมูลของผู้ใช้ แม้กระทั่งตอนไม่ได้เปิดใช้แอปก็ตาม
  4. บังคับให้ตอบตกลง ผู้บริโภคจำนวน 51 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกรำคาญที่จะต้องตอบตกลงเพื่อยืนยันสิทธิ์ให้แอปฯ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวตลอดเวลา
  5. ทักษะทางอินเตอร์เน็ต กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งาน AR หรือ VR ต้องการใช้แอปฯ ที่สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ เช่น โปรแกรมสอนทำอาหาร หรือซ่อมแซมสิ่งของต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีโลกเสมือน
  6. การบริโภคแค่เพียงปลายนิ้ว ผู้ที่ใช้งานแอปฯ ต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจสอบของใช้ภายในบ้าน และจะมีระบบจ่ายบิล รวมทั้งซื้อของใช้ภายในบ้านแบบอัตโนมัติได้
  7. ผู้ช่วยในการตัดสินใจ ผู้บริโภคจำนวน 31 เปอร์เซ็นต์ เริ่มมีความเชื่อ AI มากกว่าความคิดของตัวเองเช่น การเดินทางก็เชื่อ Google Maps มากกว่าการดูเส้นทางด้วยตัวเอง เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาแทนที่การตัดสินใจในชีวิตประจำวันของมนุษย์ไปหมดแล้ว
  8. รักษ์โลก ผู้บริโภคจำนวน 39 เปอร์เซ็นต์ ต้องการใช้นาฬิการักษ์โลกที่สามารถวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาในแต่ละวันได้
  9. ฝาแฝดดิจิตัล ผู้ใช้งาน AR หรือ VR จำนวน 48 เปอร์เซ็นต์ ต้องการมีฝาแฝดเสมือนจริงที่เหมือนกับตัวเขาแบบชนิดที่แยกไม่ออก เพื่อที่พวกเขาจะสามารถแยกกันอยู่สองที่ได้ในเวลาเดียวกัน และช่วยตัดสินใจแทนเราได้
  10. ชุมชน 5G ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่า 5G จะทำให้อุปกรณ์ IoT เชื่อมต่อกันได้ดีกว่า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หรือสมาร์ทมิเตอร์ในอุปกรณ์สาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นต้น

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเทคโนโลยีในอนาคตว่าเป็นภัยคุกคามหรือเป็นโอกาส ดร.เพอร์นิลล่า โจนส์สัน หัวหน้างานห้องปฎิบัติการวิเคราะห์ผลสำรวจผู้บริโภคและอุตสาหกรรมของอีริคสัน กล่าวว่า “เราได้เข้าสู่ยุคที่มนุษย์สามารถมีปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะแล้ว ทุกวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่อนาคต ยังมีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีอีกมากมายหลายอย่างที่จะถูกพัฒนาขึ้น และอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น เราสามารถกำหนดได้ด้วยมือของเราเอง”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!