Historical Movies Inaccurate
Historical Movies Inaccurate

อ้าวเห้ย…ไม่เหมือนที่ดูกันไปนี่หว่า? เมื่อหนังประวัติศาสตร์เหล่านี้ ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริง!

ขึ้นชื่อว่า “ประวัติศาสตร์”นั้น หลายคนก็กล่าวว่าเป็นการบันทึกจากฝั่งผู้ชนะสงครามหรือผู้มีอำนาจในช่วงเวลานั้น ๆ ทำให้มีการใช้อำนาจลบเลือน “ความเป็นจริง” จากฝั่งผู้แพ้ในสงครามหรือผู้ไม่มีอำนาจ (การอ่านหรือศึกษาประวัติศาสตร์จึงควรอ่านระหว่างบรรทัดและไม่เชื่อไปเสียทั้งหมด) ประวัติศาสตร์บางเล่มก็ถึงขั้นลบความเป็นจริงส่วนอื่นหรือแต่งเสริมเรื่องราวที่ไม่มีอยู่จริงเพิ่มเข้าไปให้เรื่องราวของฝ่ายผู้เขียนยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยความน่าเหลือเชื่อไปจนถึงเรื่องราวเหนือปาฏิหาริย์

หนังประวัติศาสตร์ก็เช่นกัน หลายเรื่องนั้นก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างบอกเล่าความเป็นจริงด้านเดียว ไม่ได้นำเสนอเรื่องราวครบทุกด้าน หรือแต่งเสริมเรื่องราวให้พระเอกนางเอกหรือทีมตัวเอกมีความสามารถเก่งเกินจริงเพื่อให้หนังสนุกขึ้น กรณีของ Mulan ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของ Disney ในปีนี้ก็โดนข้อหานี้ด้วยเช่นกัน แม้ว่าหนังจากสร้างจากตำนานบทกวีเก่าแก่ของจีน แต่พอมาถึงฉบับภาพยนตร์เนื้อหาก็เปลี่ยนแปลงไปหลายส่วนแล้ว จนเหลือแต่เนื้อหาว่าสตรีนางหนึ่งปลอมตัวเป็นบุรุษไปออกรบเท่านั้น What the Fact จึงขอนำเสนอหนังประวัติศาสตร์บางเรื่องที่ถูกหมายเหตุไว้ว่า ไม่ได้สร้างตามประวัติศาสตร์ที่แท้จริง

ชวนอ่าน “9 หนังที่สร้างจากเรื่องราวของบุคคลจริง และจุดที่บทภาพยนตร์ดัดแปลงให้แตกต่างจากเหตุการณ์จริง

THE PASSION OF THE CHRIST (2004)

ภาพยนตร์สุดอื้อฉาวของผู้กำกับ Mel Gibson ที่นำเสนอฉากการทรมานไปจนถึงฉากการตรึงกางเขนพระเยซู ผู้นำของศาสนาคริสต์ได้อย่างทรมานใจ จากฉากที่แสนหดหู่รวมถึงฉากเลือดเนื้อที่ถูกฉีกทึ้งอย่างทรมานให้ปรากฎต่อสายตาผู้ชมเพื่อให้หนังสื่ออารมณ์ได้อย่างถึงที่สุด มีการบันทึกไว้ว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 2 รายจากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ รายแรกคือหญิงวัย 56 ปีในรัฐแคนซัสที่เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันระหว่างชมฉากตรึงไม้กางเขน ส่วนอีกรายคือ 1 เดือนถัดมา ชายชาวบราซิลวัย 43 เกิดหมดสติไปเฉย ๆ ขณะดูนั่งดูหนังข้างภรรยา โดยเขาได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นในโรงภาพยนตร์แต่ก็เสียชีวิตในที่สุด

หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังที่เป็นผลงานกำกับที่ยอดเยี่ยมที่สุดและประสบความสำเร็จสูงสุดของพระเอกชื่อดังแห่งยุค 90s อย่าง Mel Gibson ผู้ที่ตั้งใจสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นานถึง 3 ปีด้วยเงินทุนของตัวเอง เพราะไม่มีสตูดิโอกล้าเสี่ยงสร้างหนังที่ขายยากมาก เขาอยากแสดงความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระเยซูคริสต์ โดยถ่ายทอด 12 ชั่วโมงสุดท้าย ก่อนที่จะทรงสละชีวิตบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปแทนมนุษย์ สุดท้ายเมื่อหนังออกฉายก็กลายเป็นหนังเรต R ที่ทำรายได้สูงที่สุดในสหรัฐฯ และของโลกจนถึงทุกวันนี้ รวมถึงปลุกกระแสหนังที่สร้างเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูหรือหนังจากความเชื่อทางศาสนาคริสต์ตามออกมาอีกมากมาย

WHAT THE FACT: Gibson ให้สัมภาษณ์ไว้หลายครั้งว่า เขาสร้างเรื่องนี้จากศรัทธาส่วนตัว และจุดประสงค์ก็เพื่อจะใช้หนังตอบโต้กลุ่มผู้ต่อต้านชาวยิวมากกว่าการยึดถือความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ ดังนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่พระเยซูและศานุศิษย์ถูกเหล่าผู้ปกครองจักวรรดิโรมันทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมนั้นเป็นไปเพื่อสร้างอารมณ์ให้กับผู้ชมมากกว่าจะให้ถูกตั้งคำถามว่า พวกโรมันโหดร้ายอย่างนั้นจริง ๆ หรือไม่? อย่างไรก็ตามการถูกทรมานจนเสียชีวิตของเยซูแห่งนาซาเร็ธ รวมถึงการมีตัวตนของศานุศิษย์ที่ปรากฎในหนังและตามพระคัมภีร์นั้นได้รับการยอมรับทางประวัติศาสตร์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง

  • นักแสดง: Jim Cavezel, Monica Bellucci, Claudia Gerini, Maia Morgenstern, Rosalinda Celentano
  • ผู้กำกับ: Mel Gibson (Braveheart, Apocalypto, Hacksaw Ridge)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 30 / 612 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 49%/ 7.2/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 3 สาขา (ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม)

APOCALYPTO (2006)

ผลงานสร้างจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของชนพื้นเมืองชาวอเมริกาใต้ของ Mel Gibson ที่เน้นความสมจริงอย่างไม่แคร์คนดูชาวอเมริกัน (ที่ขึ้นชื่อว่าไม่ชอบอ่านซับไตเติล) โดยใช้การพูดภาษามายันของชนพื้นเมืองตามความเป็นจริงของชนพื้นเมืองตลอดทั้งเรื่อง หนังเล่าเรื่องของเหยื่อผู้ต้องทำหน้าที่ถูกสังเวยต่อเทพเจ้าในพิธีบูชายัญสำหรับสร้างเทวสถานแห่งใหม่ Jaguar Paw และเพื่อนคิดหนีเอาตัวรอดจากการถูกชนเผ่าทั้งเผ่าตามล่าตัว ก่อนจะหนีเสือปะจระเข้ที่ถ้าใครได้ดูจนถึงตอนจบน่าจะเข้าใจความหมายนี้ดี

WHAT THE FACT: (สปอยล์) ความจริงแล้วชนเผ่ามายันที่หนังเรื่องนี้อ้างถึงคือ ชนเผ่าอัซแต็ก (Aztecs) ที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นชนเผ่าในประเทศเม็กซิโก ประเทศอเมริกาใต้ ที่สงบและสันติที่สุดชนเผ่านึงและแทบจะไม่มีการบันทึกทางประวัติศาสตร์เลยว่า มีพิธีการบูชายัญมนุษย์ในกลุ่มนี้ ถ้าจะมีการลงโทษถึงขั้นฆ่ากันจนตายก็จะมีแค่โทษหนักหนาเช่นต่อต้านชนชั้นหัวหน้าชนเผ่า (เกิดขึ้นน้อยมาก) นอกจากนี้ในตอนจบที่มีการปรากฎขึ้นของชาวสเปนที่มาขึ้นฝั่งชนเผ่ามายันนั้น ในความเป็นจริง ชาวสเปนมาขึ้นฝั่งดินแดนเม็กซิโกหลังชนเผ่ามายันล่มสลายไปแล้วราว 400 ปี

  • นักแสดง: Raoul Max Trujillo, Rudy Youngblood, Gerardo Taracena, Jonathan Brewer, Iazua Larios
  • ผู้กำกับ: Mel Gibson (Braveheart, Passion of the Christ, Hacksaw Ridge)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 40 / 120 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 66% / 7.8/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 3 สาขา (แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยมม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)

POCAHONTAS (1995)

หนึ่งในหนังการ์ตูนสองมิติของ Disney ที่ตราตรึงอยู่ในใจของใครหลายคน เรื่องราวความรักระหว่างรบของลูกสาวชนเผ่าพื้นเมืองอินเดียนแดงและทหารอังกฤษซึ่งเกิดขึ้นขณะที่กองทัพเรืออังกฤษเข้ารุกรานเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ ในช่วงศตวรรษที่ 17 John Smith ทหารเรืออังกฤษได้พบรักกับ Pocahontas และหลังจากนั้นก็ต้องมาลุ้นว่าความรักของทั้งสองจะลงเอยได้หรือไม่ ขณะที่พ่อของนางเอกและทหารฝั่งพระเอกกำลังจะลงมือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อแย่งชิงดินแดน

WHAT THE FACT: แม้ว่า John Smith และ Pocahontas จะมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่น่าจะมารักกันได้เพราะตอนที่ Smith ได้พบกับเธอ เธอเพิ่งจะมีอายุแค่ 10 ขวบเท่านั้น นอกจากนี้สิ่งที่หนังเล่าว่า เธอได้ทำการช่วยเหลือ Smith จากการถูกชนเผ่าของเธอสังหารก็ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นจริง ๆ รวมถึงจุดจบของ Pocahontas ก็ไม่ได้สวยหรูอย่างในละคร เธอถูกบังคับให้เปลี่ยนชื่อเป็น Rebecca เพื่อแต่งงาน (ไม่ใช่กับ Smith) และถูกบังคับให้เข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ ก่อนจบชีวิตตัวเองลงในวัยเพียง 22 ปี

  • ให้เสียงพากย์: Mel Gibson, Christian Bale, Irene Bedard, Billy Connolly, Linda Hunt
  • ผู้กำกับ: Mike Gabriel (Production Designer-Wreck-It Ralph) & Eric Goldberg (Animation Supervisor-Moana)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 55 / 346 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 55% / 6.7/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: ชนะ 2 สาขา (เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Colors of the Wind) และเพลงประกอบยอดเยี่ยม)

THE LAST SAMURAI (2003)

ทหารอเมริกันฝีมือดี ผู้กอง Nathan Algren ต้องเผชิญกับสถานการณ์ฝันร้ายในเหตุการณ์ที่เขาแพ้สงครามและต้องเสียลูกน้องในสหรัฐฯ เขาได้รับการติดต่อจ้างวานจากคนในรัฐบาลญี่ปุ่น ให้ไปฝึกทหารญี่ปุ่นเพื่อทำการต่อสู้กำจัดพวกนักรบซามูไรที่ถูกมองว่าเป็น “กบฏของชาติ” เมื่อ Nathan เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เขาได้ฝึกกลยุทธการรบให้ทหารญี่ปุ่นของฝ่ายจักรพรรดิด้วยปืนและวิทยาการสมัยใหม่ของตะวันตก แต่ด้วยความไม่พร้อม ระหว่างการสู้รบครั้งหนึ่งพวกเขาแพ้และ Nathan ถูกจับตัวไปโดยพวกซามูไร นำโดย Katsumoto หัวหน้านักรบซามูไร

ระหว่างที่ถูกจับ เขาได้เข้าไปเรียนรู้ สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงในหมู่บ้านของซามูไร ที่ถือได้ว่าเป็น ทหารญี่ปุ่นดั้งเดิมโดยจิตวิญญาณกลุ่มสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ Nathan เมื่อนานวันเข้า เขาจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วฝ่ายไหนเป็นฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรม ท้ายที่สุด Nathan และซามูไรต้องรับมือกับพวกทหารขององค์จักรพรรดิที่ร่วมมือกับทหารฝรั่ง หมายจะกุมอำนาจเบ็ดเสร็จของบัลลังก์จักพรรดิ หนังมีส่วนผสมของตัวเอกกลับใจ ทั้งการ์ตูนจากตำนาน Pocahontas (1995) หรือ Avatar (2009) แต่ก็เป็นหนังที่ถ่ายทอดการหลงลืมรากเหง้าของตัวเองของชนชาติหนึ่ง ด้วยการยอมตกเป็นเบี้ยล่างของคนญี่ปุ่น ในฉากไคลแมกซ์ของเรื่องกลายเป็นทั้งฉากแอ็กชันและฉากสุดแสนสะเทือนใจ

WHAT THE FACT: ความจริงแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นไม่เคยจ้างทหารอเมริกันยุคสงครามกลางเมืองสักคนเดียวเข้ามาเป็นที่ปรึกษาการรบ ส่วนมากจะเป็นทหารฝรั่งเศสมากกว่า นอกจากนั้นขณะที่หนังทำให้เห็นว่า Algren (Tom Cruise) สอนทหารญี่ปุ่นใช้ปืนคาบศิลา ในช่วงเวลานั้นจริง ๆ ทหารญี่ปุ่นต่างก็ใช้ปืนไรเฟิลเป็นกันหมดแล้ว นอกจากนี้บท Katsumoto ที่อ้างอิงจากเรื่องจริงของซามูไรชื่อ Saigo Takamori นั้น ในความเป็นจริงเขาทำการฆ่าตัวตายด้วยการคว้านท้องหลังจากแพ้ในการต่อสู้ครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เพราะถูกกระสุนปืนของพวกรัฐบาลตามที่หนังสร้าง

ชวนอ่าน “รวมหนังดราม่า “ต้องเสียน้ำตา” สักครั้งในชีวิต บน Netflix (ตอนที่ 1)

  • นักแสดง: Tom Cruise, Ken Watanabe, Hiroyuki Sanada, Tony Goldwyn, Shin Koyamada, Koyuki
  • ผู้กำกับ: Edward Zwick (Blood Diamond, Jack Reacher: Never Go Back, Legends of the Fall)
  • ทุนสร้าง / รายรับรวมทั่วโลก: 140 / 454 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 66% / 7.7/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 4 สาขารางวัล (นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Ken Watanabe), องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)