Historical Movies Inaccurate
Historical Movies Inaccurate

อ้าวเห้ย…ไม่เหมือนที่ดูกันไปนี่หว่า? เมื่อหนังประวัติศาสตร์เหล่านี้ ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริง!

JFK (1991)

ผู้กำกับ Oliver Stone นั้นเป็นอีกหนึ่งคนที่ขึ้นชื่อว่าหลงไหลในการทำหนังสงครามและหนังที่มีฉากหลังเป็นเหตุการณ์จริงทางประวัติศาสตร์หลากหลายยุค ทั้ง Born on the Fourth of July (1989), World Trade Center (2006) และ Alexander (2004) แต่กับเรื่องนี้เขาจงใจหยิบเหตุการณ์ฆาตกรรมที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน เพราะผู้ถูกสังหารเป็นถึงประธานาธิบดีและยังเป็นหนึ่งในผู้นำที่ชาวอเมริกันรักมากที่สุดอย่าง John F. Kennedy ในปี 1963

หนังสร้างจากเหนังสือสองเล่ม ชื่อ On the Trail of the Assassins และ Crossfire: The Plot That Killed Kennedy ซึ่งเล่าเรื่องราวของ Jim Garrison อัยการของรัฐนิวออร์ลีนส์ที่ได้พบเบาะแสบางอย่างจนนำไปสู่การพยายามรื้อฟื้นคดีลอบสังหารประธานาธิบดี John F. Kennedy ที่หลายคนเชื่อว่า เป็นเหตุการณ์ทฤษฎีสมคบคิดครั้งมโหฬารที่สุดของการเมืองสหรัฐฯ Garrison ไม่เชื่อว่า Lee Harvey Oswald (รับบทโดย Gary Oldman) ที่ถูกจับกุมในทันทีหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ก่อนจะถูกยิงเสียชีวิตอย่างอุกอาจท่ามกลางสื่อมวลชนจากผู้คลั่งไคล้การเมืองหัวรุนแรงในวันรุ่งขึ้นเหมือนถูกฆ่าตัดตอน จะเป็นคนลอบยิง JFK จริง ๆ ยิง Garrison ยิงสืบลึกมากเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างกลับถูกจัดฉากเอาไว้แล้ว

WHAT THE FACT: หนังสร้างจากการค้นพบของอัยการ Jim Garrison ที่ออกมาเปิดเผยถึงทฤษฎีการค้นพบนี้หลัง JFK เสียชีวิตไปแล้ว 9 ปี แต่เนื้อหาในหนังก็เป็นการมโนจับแพะชนแกะของผู้กำกับ Oliver Stone ในส่วนสำคัญของเรื่องเป็นส่วนมาก อย่าง Perry Russo ที่เป็นกุญแจสำคัญซึ่งมาเป็นพยานในคดีในความเป็นจริงเขาถูกวางยาจนเสียชีวิตก่อนจะขึ้นให้การในศาล หรือฉากที่ตัวละคร David Ferrie (รับบทโดย Joe Pesci) รับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สังหารประธานาธิบดีนั้น ในความเป็นจริงเขาไม่เคยสารภาพและไม่เคยมีการตัดสินความผิดของเขาโดยศาล จึงต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนถึงปัจจุบัน

  • นักแสดง: Kevin Costner, Tommy Lee Jones, Gary Oldman, Donald Sutherland, Kevin Bacon, Martin Sheen, Sissy Spacek, Michael Rooker, Joe Pesci
  • ผู้กำกับ: Oilver Stone (Platoon, Born on the Fourth of July, World Trade Center, Alexander)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 40 / 205 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 84% / 8/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 2 สาขารางวัล (ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 6 สาขารางวัล (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Tommy Lee Jones), ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม)

U-571 (2000)

ในปี 1942 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพเรือสหรัฐจับสัญญาณเรดาร์ได้ว่า เรือดำน้ำของนาซีเยอรมันรุ่น U-571 ลำหนึ่งจอดเสียลอยน้ำอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ที่สำคัญในเรือลำน้ำมีเครื่องส่งสัญญาณอีนิกม่า (Enigma) อยู่ด้วย ซึ่งถ้ายึดเครื่องนี้มาเป็นของสหรัฐฐฯ ได้จะเป็นจุดหักเหของยุทธภูมิสงครามโลกเลยทีเดียว ภารกิจพิเศษจึงถูกตั้งขึ้นโดย เรือโท Dahlgren (Bill Paxton) อดีตกัปตันเรือดำน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่กำลังจะปลดระวางตนเอง ต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง โดยมี Tyler (Matthew McConaughey) นายทหารหนุ่มรุ่นน้องที่ไม่มีลูกเรือคนไหนชอบขี้หน้าและเป็นผู้คอยโอกาสที่จะขึ้นมาบังคับบัญชาเรือดำน้ำเองเป็นผู้ช่วย โดยภารกิจครั้งนี้มีผู้ล่วงรู้เพียงไม่กี่คน

ทั้งหมดจะต้องปลอมตัวเป็นทหารนาซีเยอรมันแสร้งเข้าไปช่วยเหลือเรือ U-571 ลำนั้นและยึดไว้ให้ได้ แต่ขณะที่ออกปฏิบัติการ เรือโท Dahlgren ดันถูกระเบิดเสียชีวิตกลางทะเล Tyler จึงต้องขึ้นควบคุมเรือแทน และยังต้องนำพาเรือที่ทั้งเสียและเก่าครึลำนี้พร้อมด้วยชีวิตนายทหารอีก 8 คน รอดจากทั้งการโจมตีจากทั้งฝ่ายเยอรมันและฝ่ายสหรัฐอเมริกาที่ปฏิเสธการมีอยู่ของหน่วยปฏิบัติการลับนี้

WHAT THE FACT: หนังเรื่องนี้น่าจะทำให้นักประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 หงุดหงิดพอสมควร เพราะความเป็นจริงนั้นไม่เคยมีเรือดำน้ำ U-571 อยู่จริง และทีมสร้างน่าจะนำเรื่องราวในหนังมาจากการดัดแปลงยุทธภูมิพริมโรส (Primrose) ของเรือดำน้ำ U-110 ซึ่งเรื่องราวใกล้เคียงมากที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่านั้น สหรัฐฯ ยังไม่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ในตอนนั้นจึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย แต่พระเอกตัวจริงคือทหารเรืออังกฤษ ดังนั้นหนังที่ผู้กำกับ Jonathan Mostow เซ็ตให้ทหารเรืออเมริกันสามารถถอดรหัสลับนาซีจากเครื่องอีนิกม่าจึงเป็นเรื่องโม้ทั้งหมด (คนที่ถอดรหัสได้จริง ๆ คือ Alan Turing จากเรื่องในหนัง The Imitation Game (2014) ซึ่งนั่งโต๊ะอยู่ที่ออฟฟิศห่างไกล ไม่ใช่ในเรือดำน้ำอย่างที่เห็น)

  • นักแสดง: Matthew McConaughey, Jake Weber, Bill Paxton, Harvey Keitel, Jon Bon Jovi
  • ผู้กำกับ: Jonathan Mostow (Terminator 3: Rise of the Machines, Breakdown, Surrogates )
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 62 / 127 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 68% / 8/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 1 สาขารางวัล (ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 1 สาขารางวัล (ผสมเสียงยอดเยี่ยม)

PEARL HARBOR (2001)

หนังที่ได้ชื่อว่าถ่ายทำอย่างสมจริงและอลังการมากที่สุดเรื่องนึงของผู้กำกับจอมบู๊ระเบิดภูเขาเผากระท่อมอย่าง Michael Bay แถมยังเป็นหนังเมโลดราม่าของรักสามเส้า (ที่อาจทำให้แฟน ๆ หนังผู้ชายสายบู๊ไม่ชอบหนังในจุดนี้) หนังเป็นเรื่องราวของสมรภูมิที่โด่งดังที่สุดของสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นถล่มอ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ ที่ตั้งของฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่ใกล้กับญี่ปุ่นที่สุดบนหมู่เกาะฮาวายโดยไม่ให้สหรัฐฯ ได้ตั้งตัว เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 2,335 ราย บาดเจ็บ 1,143 คน

เรื่องราวของสองนักบินหนุ่มคนกล้า Rafe McCawley และ Danny Walker ซึ่งสนิทสนมกันราวกับเป็นพี่น้อง พวกเขาได้รับการฝึกฝนให้ขับเครื่องบินกำจัดแมลงศัตรูพืช และในยามที่ชาติต้องการ พวกเขาก็พร้อมเข้าร่วมเป็นนักบินประจำกองทัพอากาศสหรัฐฯ Rafe McCawley หลงรัก Evelyn Johnson นางพยาบาลสาวสวยจิตใจห้าวหาญที่ทำงานในกองทัพเรือสหรัฐฯ ด้วยความหาญกล้าเปี่ยมอุดมการณ์ เขาได้เข้าร่วมกองร้อยอินทรีบินร่วมรบในสมรภูมิรบอังกฤษทิ้งคนรักใหม่กับเพื่อนสนิทของเขาไว้เบื้องหลัง เครื่องบินของเขาถูกยิงตกกลางทะเล หน่วยเหนือประกาศการตายของเขา แต่เขากลับเอาชีวิตรอดมาได้ และใช้เวลารักษาตัวก่อนจะกลับมาที่เพิร์ลฮาเบอร์

เมื่อเขากลับมาก็พบว่าคนรักอย่าง Evelyn และเพื่อนรักอย่าง Danny เกิดรักกันไปแล้วเพราะเข้าใจว่าเขาตาย ความสัมพันธ์แบบรักสามเส้าของทั้งคู่จึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ระหว่างนั้นเองผู้ใช้ชีวิตอยู่ในเพิร์ลฮาร์เบอร์ ก็ต้องตั้งรับการจู่โจมแบบสายฟ้าฟาด ทั้งทางน้ำและทางอากาศ ของกองทัพจักรพรรดิญี่ปุ่นที่ต้องการปลุกยักษ์ให้ตื่นจากภาวะลอยตัวอยู่เหนือสงคราม กลายมาเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของสหรัฐฯ จนถึงภารกิจการบุกโต้กลับญี่ปุ่นของทีมฝูงบินที่ Rafe และ Danny ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

WHAT THE FACT: ในความเป็นจริงนั้น ตอนที่ญี่ปุ่นบุกถล่มเพิร์ลฮาเบอร์ เครื่องบินของญี่ปุ่นถูกสอยร่วงจำนวนน้อยมาก แต่ในหนังบอกว่ามากถึง 20 ลำ ฉากองก์ 3 ของเรื่องที่นักบินอเมริกันถูกส่งไปทิ้งระเบิดเพื่อเอาคืนญี่ปุ่นนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง การส่ง Rafe นักบินอเมริกันไปเข้าร่วมฝูงบินของอังกฤษก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะก่อนเกิดเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์นั้น สหรัฐฯ ยังคงวางตัวเป็นกลางและไม่สนับสนุนฝ่ายใด

WHAT THE FACT: เทคนิคการขับเครื่องบินขับไล่แบบออริกามิของพระเอก ในความเป็นจริงมีการคิดเทคนิคนี้ขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบแล้ว และสุดท้ายฉากที่ประธานาธิบดี Roosevelt ยืนขึ้นจากวีลแชร์ (เพราะป่วยเดินไม่ได้อยู่แล้ว) เพื่อสร้างความหึกเหิมในสภานั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ชวนอ่าน “10 อันดับ “หนังสงคราม” ทำเงินสูงที่สุดในโลก

  • นักแสดง: Ben Affleck, Kate Beckinsale, Josh Hartnett, Alec Baldwin, Jennifer Garner, Jon Voight, Cuba Gooding Jr.
  • ผู้กำกับ: Michael Bay (Armageddon, Transformer 1-5, The Rock)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 140 / 449 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 24% / 6.2/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 1 สาขารางวัล (ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 3 สาขารางวัล (เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, วิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม)

ARGO (2012)

หลังจากสร้างชื่อให้ตัวเองด้านการกำกับภาพยนตร์จาก Gone Baby Gone (2006) และ The Town (2010) นักแสดงที่ผันตัวมารับงานกำกับด้วยอย่าง Ben Affleck ก็มีผลงานหนังที่ยอดเยี่ยมที่สุดออกมาอย่าง Argo (2012) ที่ท้ายที่สุดแล้ว หนังสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์มาได้ (แต่ Ben Affleck กลับไม่ได้แม้แต่เข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ซึ่งเขาก็ขึ้นไปแซะกรรมการนิดหน่อยตอนที่ขึ้นไปรับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในฐานะของหนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง)

หนังเรื่องนี้ได้คำโปรยว่า “เป็นเรื่องจริงที่ว่าด้วยการสร้างหนังปลอม” สร้างจากเหตุการณ์จริงในปี 1979 ที่เกิดสถานการณ์จับตัวประกันชาวอเมริกันขึ้นในประเทศอิหร่าน มีการบุกสถานทูต และชาวอเมริกัน 52 คนถูกจับเป็นตัวประกัน โดยมี 6 คนที่หนีรอดไปหลบในสถานทูตแคนาดาได้ Ben Affleck รับบทเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือพาพวกเขาหนีออกจากอิหร่าน ด้วยการปลอมตัวเป็นทีมสร้างหนังไซไฟปลอม ๆ เกรดบีของแคนาดาชื่อเรื่องว่า Argo เบื้องหลังภารกิจนี้ถูกเก็บงำมาหลายสิบปีจนกระทั่งกลายเป็นบทความในนิตยสาร Wired ซึ่งโดนใจ Affleck มากจนเอามาสร้างเป็นหนังในที่สุด

WHAT THE FACT: มีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น การที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธจะเสนอแผนช่วยเหลือจนต้องมาเป็นหน้าที่ของซีไอเออย่าง Tony Mendez (Ben Affleck ต้องกลายมาเป็นพระเอกจำเป็น) เรื่องจริงคือรัฐบาลได้เสนอแผนให้ซีไอเอ 3 แผนและนำมาสู่แผนนี้ในที่สุด นอกจากนั้นฉากที่เหล่าตัวประกันต้องไปเดินปลอมตัวอยู่กลางตลาดกรุงเตหะราน (ซึ่งเป็นฉากที่ตื่นเต้นที่สุดฉากหนึ่งของเรื่อง) ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

WHAT THE FACT: การถูกยกเลิกตั๋วเครื่องบินกะทันหันของเหล่าตัวประกันก่อนจะได้รับการยืนยันอีกครั้งก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะภริยาขอทูตแคนาดาจัดการซื้อตั๋วให้ก่อนล่วงหน้า (ไม่ได้ไปซื้อกันด่วน ๆ หน้าที่ออกตั๋วอย่างในหนัง) และท้ายสุดฉากที่เมื่อเครื่องบินขึ้นแล้วเห็นกองกำลังทหารของอิหร่านถืออาวุธปืนตามหลังเข้ามาในสนามบินนั้น ไม่เคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้น และเหล่าตัวประกันแทบจะได้ขึ้นเครื่องกลับบ้านแบบไม่ต้องลุ้น เพราะกว่าทางการอิหร่านจะรู้เรื่องก็ผ่านไปเป็นวัน ตอนที่ปฏิบัติการนี้ได้รับการเปิดเผย ประธานาธิบดี Jimmy Carter ของสหรัฐฯ บอกว่า ความสำเร็จส่วนใหญ่เกิดจากแผนและความช่วยเหลือของประเทศแคนาดาและนิวซีแลนด์ แต่หนังแทบไม่ได้พูดถึงและชูว่าที่สำเร็จเพราะแผนของสหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่

  • นักแสดง: Ben Affleck, John Goodman, Alan Arkin, Bryan Cranston, Kyle Chandle, Chris Messina, Clea DuVall
  • ผู้กำกับ: Ben Affleck (Gone Baby Gone, The Town, Live by Night)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 44 / 232 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 96% / 7.7/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 3 สาขารางวัล (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 4 สาขารางวัล (นักแสดงสมทบยอดเยี่ยม (Alan Arkin), เพลงประกอบยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save