Historical Movies Inaccurate
Historical Movies Inaccurate

อ้าวเห้ย…ไม่เหมือนที่ดูกันไปนี่หว่า? เมื่อหนังประวัติศาสตร์เหล่านี้ ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริง!

BRAVEHEART (1995)

หนังที่เป็นความสำเร็จสูงสุดในด้านกำกับของ Mel Gibson ที่กำกับแค่เรื่องที่ 2 ก็คว้ารางวัลออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมและภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย Braveheart เป็นหนังพีเรียดสงครามที่บอกเล่าเหตุการณ์อันเป็นตัวแทนการปลดแอกของชาวสก็อตแลนด์ที่มีต่ออังกฤษที่ถูกกล่าวขานมากที่สุด โดยมีวีรบุรุษเป็น William Wallace ซึ่งหาญกล้าลุกขึ้นต่อต้าน King Edward ที่ 1 (รับบทโดย Patrick McGoohan)

เดิมทีแล้ว Mel Gibson ต้องการกำกับอย่างเดียว ไม่ได้ต้องการแสดงนำเพราะว่าขณะนั้นเขาอายุ 38 ปีแล้ว ตัว William Wallace ตามบทแล้วนั้นอยู่ในช่วงอายุประมาณ 20 ปี แต่ Paramount สตูดิโอผู้สร้างเห็นว่าสตูค่อนข้างเสี่ยงที่จะให้เขาทำหน้าที่ผู้กำกับอย่างเดียว เพราะ Gibson เคยกำกับ The Man Without a Face (1993) หนังดราม่าเรื่องเล็ก ๆ มาแค่เรื่องเดียว สตูดิโอก็เลยยื่นคำขาดว่าจะให้ทุนสร้างหนังก็ต่อเมื่อ Gibson ยอมรับบทนำเองด้วย

WHAT THE FACT: หนึ่งภาพจำจากหนัง BraveHeart ก็คือใบหน้าของ Wallace และเหล่านักรบที่ทาหน้าด้วยสีฟ้า จุดนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่นักประวัติศาสตร์บอกว่า “ผิดยุคสมัย” เพราะการทาหน้าในการรบนั้นมีชื่อจำเพาะว่า “Woad” เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณพันปีที่แล้วก่อนเหตุการณ์ในหนัง นอกจากนี้ทหารสก็อตในยุคนั้นยังไม่ได้ใส่กระโปรงที่มีชื่อเฉพาะว่า “คิลท์” (Kilt) กัน เพราะเพิ่งจะมีการใส่กระโปรงกันในอีก 300-400 ปี หลังจากเหตุการณ์ในหนัง

WHAT THE FACT: หนังยังเขียนให้ Wallace ได้หลับนอนกับเจ้าหญิง Isabella แห่งฝรั่งเศส พระชายาของ King Edward ที่ 2 จนส่งผลให้เธอตั้งครรภ์ King Edward ที่ 3 ตามประวัติศาสตร์จริงแล้ว ในปีนั้นเจ้าหญิงยังอยู่ในฝรั่งเศสและเพิ่งมีพระชนมายุแค่ 3 ขวบเท่านั้น เธอได้อภิเษกกับ King Edward ที่ 2 จริง แต่เป็นตอนที่เขาได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แล้ว ทั้งคู่ยังมีพระโอรสด้วยกันนามว่า King Edward ที่ 3 ซึ่งประสูติหลังจากที่ Wallace ตายไปแล้วถึง 7 ปี

ชวนอ่าน “20 เกร็ดน่าสนใจเบื้องหลัง Braveheart ในโอกาสครบรอบ 25 ปี

  • นักแสดง: Mel Gibson, Brendan Gleeson, Brian Cox, Tommy Flanagan, Sophie Marceau
  • ผู้กำกับ: Mel Gibson (Passion of the Christ, Apocalypto, Hacksaw Ridge)
  • ทุนสร้าง / รายรับรวมทั่วโลก: 72 / 213 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 73% / 8.3/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 5 สาขารางวัล (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ซาวน์เอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 4 สาขารางวัล (บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม)

THE PATRIOT (1999)

เหตุการณ์ระหว่างปี 1776 ถึง 1781 ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกาเริ่มตั้งรัฐอิสระแยกตัวจากการปกครองของสหราชอาณาจักร ทั้งหมด 13 รัฐ Benjamin Martin ชาวนาพ่อหม้ายลูก 7 ต้องลุกขึ้นมาแก้แค้นทหารอังกฤษกองพันกรีนกราดูนที่สังหารลูกชายคนที่สองของเขาอย่างเลือดเย็น ด้วยความแค้น Martin จึงรวบรวมอาสาสมัครชาวพื้นเมืองพร้อมด้วยครูฝึกทหารชาวฝรั่งเศสอดีตศัตรูที่หันมาเป็นมิตร ปลดแอกพรรคพวกออกจากอำนาจของผู้ปกครองเพื่อเป็นเสรีชนอย่างแท้จริง หนังเรื่องนี้นำแสดงโดย Mel Gibson ซึ่งเกี่ยวข้องกับหนังในบทความนี้หลายเรื่อง ด้วยความที่เขาเองก็เป็นผู้กำกับที่ชอบทำหนังอิงประวัติศาสตร์อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้เขามานำแสดงแต่ไม่ได้กำกับเอง

WHAT THE FACT: หนังมีความเชิดชูอเมริกันฮีโรสูงตามสไตล์หนังของ Roland Emmerich และสาดสีความโหดร้ายป่าเถื่อนระดับทหารนาซีให้กับบทนายพลของฝั่งอังกฤษอย่าง Tarleton (Jason Isaacs) ที่ฆ่าเด็กและเผาผู้หญิงรวมถึงคนแก่ในโบสถ์ ซึ่งในความจริงตลอดสงครามระหว่างอเมริกันและอังกฤษไม่เคยเกิดการเผาคนทั้งเป็นอย่างที่หนังสร้าง

WHAT THE FACT: นอกจากนี้ตัวละครของ Gibson เชื่อว่าอ้างอิงมาจาก The Swamp Fox’ Marion ซึ่งเป็นพรานป่าชาวอเมริกัน เขาสมรสและมีครอบครัวหลังสงครามนี้จบลงแล้ว และเหตุการณ์การรบที่สนามสุดท้ายของเรื่องที่ Guilford Court House ที่ทำให้ดูเหมือนสมรภูมิสุดท้ายที่พระเอกชนะและอังกฤษล่าถอย ความจริงแล้วสงครามยังไม่จบและสมรภูมินี้ถือว่าเล็กไปเลย เมื่อเทียบกับสมรภูมิการรบอื่นหลังจากครั้งนี้

ชวนอ่าน “ย้อนรอยผลงาน Roland Emmerich ผู้กำกับ ID4

  • นักแสดง: Mel Gibson, Brendan Gleeson, Brian Cox, Tommy Flanagan, Sophie Marceau
  • ผู้กำกับ: Mel Gibson (Passion of the Christ, Apocalypto, Hacksaw Ridge)
  • ทุนสร้าง / รายรับรวมทั่วโลก: 72 / 213 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 73% / 8.3/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 5 สาขารางวัล (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ซาวน์เอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 4 สาขารางวัล (บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม)

10,000 BC (2008)

ยุค 10,000 ปีก่อนคริสตกาลที่ยังเป็นยุคน้ำแข็ง มนุษยยุคชนเผ่าต้องหาทางเอาตัวรอดจากความหนาวเย็นและสัตว์ร้ายไซส์ยักษ์กว่าในยุคปัจจุบัน เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้ที่คนในชนเผ่าถูกอารยธรรมที่สูงกว่ากวาดต้อนผู้คนและแมมมอธ สัตว์คู่ชนเผ่าไป เขาจึงต้องไปนำตัวคนรักและคนในชนเผ่ากลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้

ผู้กำกับ Rolland Emmerich ใช้วิธีไม่ใช้บริการนักแสดงที่มีชื่อเสียงเลยเพื่อให้คนดูได้รับความสมจริงมากที่สุดเหมือนตอน Mel Gibson ทำกับ Apocalypto (2006) (แต่ยังใช้ภาษาอังกฤษในภาษาพูดของตัวละครและในการเล่าเรื่องอยู่) นั่นก็อาจทำให้หนังไม่เป็นที่รู้จักตามไปด้วย พอเข้าช่วงกลางเรื่องเมื่อคนในกลุ่มของตัวเอกถูกจับตัวไปยังดินแดนอียิปต์ หนังก็เริ่มออกทะเลด้วยการโยงเรื่องมนุษย์ต่างดาวผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มชนเผ่าที่คอยมากอำนาจซึ่งถึงจุดนี้หนังก็ห่างไกลจากความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ไปไกลแล้ว

WHAT THE FACT: กว่าที่ Roland Emmerich ผู้กำกับจะออกมาบอกว่า มโนเรื่องราวทั้งหมดตามจินตนาการสุดเวอร์วังตามสไตล์การทำหนังของเขาโดยปกติ คนดูอาจจะออกอาการงงว่าทำไมแมมมอธ สัตวหน้าขนที่รูปร่างคล้ายช้างและอาศัยอยู่แถบขั้วโลก ถึงไปมีชีวิตอยู่แถบทะเลทรายและไปช่วยสร้างพีระมิดได้อีก นอกจากนี้พีระมิดนั้นถูกสร้างขึ้นครั้งแรกราว 8,000 ปีก่อนคริสตกาลซึ่งเกิดขึ้นหลังจากชื่อเรื่องนี้ราว 2,000 ปี เครื่องมือที่ทำจากโลหะนั้นมนุษย์ยุคก่อนก็เริ่มผลิตและมีใช้ราว 6,000 ปีก่อนคริสตกาลด้วย ที่เห็นในหนังจึงไม่ใช่อาวุธที่เกิดขึ้นแล้วในยุคนั้น

  • นักแสดง: Camilla Belle, Cliff Curtis, Steven Strait, Joel Fry
  • ผู้กำกับ: Roland Emmerich (ID4, 2012, Midway, The Patriot)
  • ทุนสร้าง / รายรับรวมทั่วโลก: 105 / 269 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 8% / 5.1/10

300 (2006)

หนังจากหน้าประวัติศาสตร์นักรบของจักรวรรดิกรีกที่ต้องรับมือกับผู้รุกรานชาวเปอร์เซียอย่าง 300 ทำให้ผู้กำกับ Zack Snyder โด่งดังขึ้นกับวิสัยทัศน์การสร้างหนังด้วยวิชวลด้านภาพที่แตกต่างแถมงามงด ซึ่งในทางหนึ่งก็มาจากวิสัยทัศน์ของ Frank Miller ที่นำตำนานมาทำเป็นคอมิกและ Snyder เอามาสร้างอีกที หนังสร้างจากยุทธการที่เทอร์มอพิลี ช่วง 480 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อพันธมิตรรัฐกรีกต้องตั้งรับการรุกรานของจักรวรรดิเปอร์เซีย ณ ช่องเขาเทอร์มอพิลีในดินแดนกรีซตอนกลาง กองทัพกรีกเสียเปรียบด้านจำนวนอย่างมหาศาล แต่ก็ยังสามารถยันกองทัพเปอร์เซียได้เป็นเวลา 3 วัน ยุทธการดังกล่าวเป็นหนึ่งในการรบจนตัวตายที่โด่งดังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

กองทัพกรีกขนาดเล็กนำโดยกษัตริย์ลีโอไนดัสที่ 1 แห่งสปาร์ตา เขาได้เข้าปิดช่องเขาเล็ก ๆ ด้วยกองทัพทหารสปาร์ตัน 300 นายเพื่อขัดขวางกองทัพมหึมาของฝั่งข้าศึกภายใต้การนำของจักรพรรดิเซอร์ซีสที่ 1 ไว้ หลังจากการรบ 3 วัน มีคนทรยศบอกเส้นทางให้กับกองทัพเปอร์เซียโอบล้อมไปทางด้านหลังของกองทัพสปาร์ตาจนในวันที่ 3 กองทัพเปอร์เซียสามารถเจาะผ่านแนวกรีกได้ แต่ก็ต้องประสบกับความสูญเสียอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับความสูญเสียของกองทัพกรีก การต้านทานอย่างบ้าระห่ำของกองทัพกรีกได้ซื้อเวลาอันหาค่ามิได้ในการเตรียมกองทัพเรือ ซึ่งอาจตัดสินผลแพ้ชนะของสงครามครั้งต่อมา (เรื่องในภาค 2)

WHAT THE FACT: ความจริงแล้วจักรพรรดิเซอร์ซีสของเปอร์เซียนั้นไม่ได้รูปร่างใหญ่ยักษ์จนน่ากลัว (เพราะได้อาบพลังจากเทพเจ้า) อย่างในหนัง และไม่ได้มีเสียงกังวานจนน่าเกรงขาม รวมถึงฉากที่เห็นทาสเยอะ ๆ ของเซอร์ซีสนั้น ตามประวัติศาสตร์จักรวรรดิเปอร์เซียห้ามการใช้ทาสเนื่องจากผิดหลักความเชื่อต่อลัทธิบูชาไฟ (Zoroastrian) ขณะที่ในทางกลับกันสถานะของทหารสปาร์ตันถือเป็นกลุ่มทาสที่ใหญ่ที่สุดในกรีกด้วยซ้ำ (หนังพยายามนำเสนอว่าสปาร์ตันเป็นกลุ่มผู้รักในเสรีภาพและต้องต่อสู้กับจักรพรรดิเปอร์เซียที่โหดต่อทาสอย่างมาก) นอกจากนี้กลุ่มทหารสปาร์ตันในทางประวัติศาสตร์ มีความสัมพันธ์กันอย่างเปิดเผยในลักษณะของชายรักชายอีกด้วย ซึ่งหนังไม่ได้นำเสนอประเด็นนี้แต่อย่างใด

ชวนอ่าน “[รีวิวแผ่น4K] ได้เวลารบพุ่งกับชาวสปาร์ตันใน 300 รูปแบบ 4K Blu-Ray Steelbook

  • นักแสดง: Gerard Butler, Michael Fassbender, David Wenham Dominic West, Lena Headey, Rodrigo Santoro
  • ผู้กำกับ: Zack Snyder (Batman v Superman: Dawn of Justice, Man of Steel, Watchmen)
  • ทุนสร้าง / รายรับรวมทั่วโลก: 65 / 456 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 61% / 7.6/10

GLADIATOR (2000)

ความเคารพและนับถือเสมอเหมือนพี่ชายที่ Commodus รัชทายาทของจักรพรรดิซีซาร์แห่งโรมันที่มีต่อนายพล Maximus แม่ทัพผู้เก่งกล้าสามารถและครองใจมวลชนมากกว่า ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อจักรพรรดิเฒ่าผู้พ่อมอบตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนให้แก่ Maximus จนทำให้ Commodus เกรงกลัวว่านายพลที่ประชาชนรักมากกว่าเขาคนนี้ จะยึดอำนาจและโค่นเขาลงจากบัลลังก์จักพรรดิ หลังจักพรรดิตายจึงส่งทหารไปฆ่าลูกเมียของ Maximus เสียเหี้ยและปลดจากตำแหน่งนายพล ผลักดันให้เขากลายมาเป็นนักสู้ในสังเวียนมรณะเพื่อรอโอกาสในการล้างแค้นรัชทายาทอย่างสาสม

WHAT THE FACT: นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โรมันหลายคนถูกว่าจ้างมาเพื่อทำให้บทของหนังเป็นไปตามความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์มากที่สุด แต่ปรากฎว่า มีนักวิชาการคนหนึ่งขอถอนตัวจากโพรเจกต์เนื่องจากทีมสร้างไม่ยอมเปลี่ยนบทให้ตรงกับความจริง นั่นคือ จักพรรดิผู้พ่อที่หนังบอกว่าถูกลอบวางยาโดย Commodus นั้น จริง ๆ แล้วตายจากโรคอีสุกอีใส นอกจากนั้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ยังบอกว่า Commodus นั้นไม่ได้เป็นกษัตริย์ที่ชั่วร้าย แถมยังปกครองจักรวรรดิโรมันอย่างสงบสุขนับสิบปี นอกจากนั้นเขาก็ไม่ได้ถูกฆ่าในโคลอสเซียมแต่ถูกรัดคอโดย Narcissus คู่หูนักมวยปล้ำของเขาเอง

  • นักแสดง: Russell Crowe, Joaquin Phoenix, Connie Nielsen, Richard Harris, Derek Jacobi, Djimon Hounsou
  • ผู้กำกับ: Ridley Scott (Kingdom of Heaven, Alien, Blade Runner )
  • ทุนสร้าง / รายรับรวมทั่วโลก: 103 / 465 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 77% / 8.5/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 5 สาขารางวัล (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Russell Crowe), ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, วิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 7 สาขารางวัล (นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Joaquin Phoenix), ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยม)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save