Netflix Film 2020
Netflix Film 2020

พลาดไม่ได้! 10 หนังดี-สุดมันจาก Netflix ปี 2020

หนังเขย่าขวัญรวมดารา – THE DEVIL OF ALL TIME

หนังรวมดาวนักแสดงที่เอ่ยชื่อแล้ว “ต้องยอม” ดัดแปลงจากนิยายรางวัลแนวโกธิคบรรยากาศแดนใต้ของสหรัฐฯ เล่าเรื่องผ่านผู้คนสามรุ่นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองจนถึงยุค 60s และเต็มไปด้วยตัวละครที่แปลกประหลาด ตั้งแต่คู่รักฆาตกรต่อเนื่อง นักเทศน์ลวงโลก และนายอำเภอคอรัปชัน ซึ่งทั้งหมดกำลังโคจรมาพบกับ โดยตัวเอกของเรื่องรับบทเป็น Arvin Russell (Tom Holland) เด็กอันธพาลที่เติบโตมาจากการถูกพ่อกระทำทารุณในหมู่บ้านกลางป่าของรัฐโอไฮโอ เขาต้องเรียนรู้เพื่อที่จะเป็นผู้ใหญ่ในยามที่ครอบครัวต้องการเขามากที่สุด และต้องปกป้องครอบครัวจากคนที่จะเข้ามาคุกคามหรือฉวยประโยชน์

Robert Pattinson รับบทเป็นนักเทศน์ที่หากินกับการต้มตุ๋นผู้ที่เลื่อมใส, Jason Clarke และ Riley Keough เป็นคู่รักฆาตกรโรคจิต และ Sebastian Stan เป็นนายอำเภอผู้คดโกง สมทบด้วย Mia Wasikowska, Bill Skarsgård, Harry Melling และ Haley Bennett หนังกำกับโดย Antonio Campos จากซีรีส์ The Sinner และ The Punisher และ Christine (2016) โดย Jake Gyllenhaal คู่หูแด็ดดี้ Holland จาก Spider-Man: Far From Home โดยในเรื่องนี้ทั้ง Pattinson และ Holland ต่างได้รับเสียงชื่นชมทางการแสดงมากพอสมควร

หนังปล้นสุดระทึก – TIME TO HUNT

Time to hunt เริ่มจากการเป็นโพรเจกต์เจ้าปัญหากรณีพิพาทระหว่าง 2 บริษัทร่วมทุนสร้างและเมื่อในที่สุด Netflix ได้สิทธิ์ในการสตรีมมิงอย่างเป็นทางการหลังต้องเลื่อนจากกำหนดเดิม มาเป็น 23 เมษายน 2563 หนังเป็นผลงานกำกับของ ยูนซังฮยอน ที่ถนัดทำหนังวิพากษ์สังคมมาลองเสี่ยงจับทางหนังไซไฟแอ็กชันดูบ้าง ซึ่งแค่การมาจับหนังฟอร์มยักษ์เรื่องแรกก็พาเขาไปสู่เทศกาลหนังเบอร์ลินได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยหากพ้นจากภาพลักษณ์ไซไฟแล้ว หนังกลับไปใกล้เคียงกับแนวหนังปล้นเหมือนพวก Ocean’s 11 (2001) ผสมกับหนังนักฆ่าไล่ล่าสไตล์ No country for old men (2007) ซึ่งในส่วนฉากแอ็กชันไล่ล่าก็ต้องยอมรับว่าการที่หนังตั้งใจทำมาฉายโรงมันเลยออกมาดูดีมีราคามาก

ในโลกอนาคตอันใกล้ประเทศเกาหลีใต้อยู่ในสภาวะเสื่อมโทรม เศรษฐกิจพังพินาศ และเมื่อมองไม่เห็นชีวิตที่ดีกว่ามันเลยผลักให้ 4 อาชญากรมือใหม่อย่าง คีฮุน (ชเวอูชิค จาก Parasite) จางโฮ (อันแจฮง) จุนซอก (อีแจฮุน) และ ซางซู (พัคจองมิน) คิดปล้นคาสิโนเพื่อเป้าหมายคือการหนีจากชีวิตเส็งเคร็งแล้วย้ายไปยังเกาะสวรรค์ แต่ที่พวกเขาไม่รู้คือเงินก้อนนี้กำลังจะพาหายนะมาสู่ชีวิตของพวกเขาเมื่อมีนักล่าสุดโหดมาทวงฮาร์ดดิสก์บันทึกการทุจริตของตำรวจกับพวกเขาแบบถึงชีวิต งานนี้มีเพียงพระเจ้าที่จะได้รู้ว่าพวกเขาจะรอดหรือไม่ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

หนังคู่รักไขคดีฆาตกรรม – THE LOVEBIRDS

Jibran และ Leilani คือคู่รักทั่วไปที่เริ่มต้นชีวิตรักอย่างหวานซึ้งราวหนังโรแมนติก ก่อนที่อีกหลายปีถัดมาพวกเขาจะกลายเป็นคู่โต้วาทีที่หาเรื่องทะเลาะกันได้ทุกวัน มีคนกล่าวว่าชีวิตรักจะมีจุด ๆ หนึ่งที่บ่งบอกทั้งคู่ว่าจะจบกันหรือจะไปต่อ และเวลาที่ว่าก็เกิดขึ้นในรถขณะที่ทั้งคู่กำลังจะไปงานปาร์ตี้เพื่อนของ Leilani  บทสิ้นสุดการสนทนาได้เกิดขึ้นก่อนความเงียบทิ้งตัว

แต่แล้วก็มีเสียงร่างของชายที่กำลังปั่นจักรยานคนหนึ่งลอยมากระแทกกระจกหน้ารถของทั้งคู่ เขารีบลุกขึ้นอย่างมึนงง แล้วร้องขอไม่ให้เลลานี่โทรแจ้งตำรวจก่อนจะรีบปั่นจักรยานหนีไป ท่ามกลางความงุนงงของอดีตคู่รักสด ๆ ร้อน ๆ ก็มีชายไว้หนวดที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจมาขอใช้รถทั้งคู่ไล่ตามคนปั่นจักรยานที่เป็นคนร้าย ในทันใดหนังก็เปลี่ยนแนวจากโรแมนติกดราม่ากลายเป็นหนังตำรวจไล่ผู้ร้ายแบบฉับพลัน

นี่คือโพรเจกต์หนังเรื่องถัดมาของทีมทำหนังรักสุดอบอุ่นอย่าง The Big Sick (2017) ที่ทำเงินเป็นกอบเป็นกำจากทุนสร้างน้อยนิด ทั้งยังได้เข้าไปชิงออสการ์สาขาบทหนังยอดเยี่ยมในปีนั้นด้วย (มี Kumail Nanjiani แสดงนำเหมือนกัน) The Lovebirds เป็นหนังรักที่ดูแล้วซาบซึ้งกินใจมากที่สุดเรื่องแต่ ในครั้งนี้ผู้กำกับ Michael Showalter กับนักแสดงนำ Nanjiani ได้หันมาทำหนังฟิกชันเต็มตัวที่ไม่ได้อิงชีวิตรักจริงของ Nanjiani เหมือนเรื่องก่อน ผลลัพธ์ที่ได้จึงอาจเป็นหนังที่ดูบันเทิงน้อยลง แต่ก็ยังแผงความคมคาย และให้ผู้ชมสนุกไปกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ตลอดเรื่อง (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

หนังเขย่าขวัญเสียดสีชนชั้น – THE PLATFORM

เป็นหนังที่แฟน ๆ ชาวไทยเข้าไปรับชมจนติดท็อปฮิตของ Netflix รวมถึงเป็นหนึ่งในหนังที่แฟน ๆ WTF เข้ามาอ่านรีวิวมากที่สุดในปี 2020 ที่ผ่านมาสำหรับ The Platform หนังจากสเปน (ชื่อภาษาเสปนว่า El hoyo) ว่าด้วยเรื่องราวของ Goreng ชายที่วันหนึ่งตื่นขึ้นมาในคุกชั้นที่ 33 กับเพื่อนร่วมห้องอีกคนที่มีท่าทางประหลาด คุกแห่งนี้ก็มีลักษณะประหลาดเช่นกันตรงที่เป็นแนวตั้งและมีแท่นตรงกลางที่จะลงมาพร้อมกับอาหารเหลือจากนักโทษชั้นสูงขึ้นไป Goreng รับบทโดย Ivan Massagué จาก Pan’s Labyrinth (2006) สมทบด้วย Alexandra Masangkay และ Zorion Eguileor กำกับโดย Galder Gaztelu-Urrutia ซึ่งกำกับเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก

หนังได้คะแนนในเว็บไซต์มะเขือเน่าสูงถึง 82% จากทีแรกที่หนังจะเล่าด้วยความเป็นไซไฟ-ดิสโทเปีย-ทริลเลอร์ ที่ลุ้นระทึกมาก แต่ยิ่งดูก็ยิ่งได้รู้อะไรลึกลงไปเรื่อย ๆ รวมทั้งบรรยากาศลึกลับของคุกผสมผสานกับความไม่น่าไว้วางใจของคนในคุกทั้งหลายที่ไม่อาจเดาได้ เรื่องของอาหารเรียกว่าความขยะแขยงก็มาจัดเต็มมาก ส่วนความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้คือ เรื่องของการขมวดปมต่าง ๆ ทิ้งข้อสงสัยไว้ตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็กลับไปเก็บกวาดได้แบบหมดจด แม้จะมีความไม่สมเหตุสมผลบ้างแต่ก็ทำให้คนดูเลือกจะมองข้ามได้ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

หนังซอมบี้ในที่แคบ – #ALIVE

กระแส K-Zombies ในหนังและซีรีส์ของเกาหลีใต้เป็น Soft Powers ที่มาแรงมากของปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่จากความนิยมของ Train to Busan (2016) และฝั่งซีรีส์ก็มีซอมบี้ย้อนยุคของ Netflix เองอย่าง Kingdom ที่ความนิยมสูงมาทั้ง 2 ซีซัน นอกจากนั้น Netflix ก็ไม่พลาดจะหยิบกระแสนี้มาทำเป็นหนังด้วย กับหนังหนีซอมบี้ไปติดอยู่ในห้องอย่าง #Alive ที่ได้ได้นักแสดงรุ่นใหม่ฝีมือเยี่ยมที่ผ่านงานหนังที่ถูกพูดถึงมากอย่าง Burning (2018) อย่าง ยูอาอิน มาประกบคู่กับดาราสาวที่มีผลงานคุ้นหน้าจากซีรีส์ Memories of the Alhambra อย่าง พักชินฮเย

แม้หนังจะวางตัวเป็นหนังซอมบี้ที่ดูง่ายไม่ซับซ้อน เหมาะกับการดูเพื่อพักผ่อน เอามันแบบไม่เครียดจัดเกินไป ซึ่งอาจเป็นข้อดีที่พอให้อภัยจากการที่มันไม่ได้ฉายโรงและลงสตรีมมิงทันที ส่วนข้อดีของหนังอยู่ที่การเซ็ตเรื่องราวให้เกิดขึ้นในห้องแคบ ๆ และสถานการณ์ที่ให้ตัวละครเป็นหนูติดจั่น ออกข้างนอกห้องไม่ได้เพราะมีฝูงซอมบี้รายล้อม ในขณะที่สถานการณ์ในห้องก็บีบบังคับ เพราะเริ่มที่เสบียงมีจำกัดซ้ำร้ายยังเกิดเรื่องราวให้เสบียงหดหายไปไวขึ้นอีก หนังจึงการเป็นหนังผจญภัยและเอาตัวรอที่ดูสนุกอีกเรื่อง (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

ชวนอ่าน หนังดี “ที่พลาดไป” ของ Netflix 2020 จน WTF อยากให้คุณหามาดู!

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส