20 Movies Hollywood Likes
20 Movies Hollywood Likes

รู้หรือไม่? 20 หนังโดนใจ “ชาวฮอลลีวูด” มากที่สุดในรอบ 10 ปีมานี้ มีเรื่องอะไรบ้าง

อันดับ 15 Bohemian Rhapsody (2018)

คงไม่มีใครคาดคิดว่าหนังที่สร้างจากเรื่องราวของ Freddie Mercury นักร้องนำวง Queen จะทำรายได้ยืนระยะกว่า 4 เดือน (ถ้าเป็นหนังยุค 90s จะถือเป็นเรื่องปกติ) และเกือบจะเป็นหนังพันล้านเหรียญฯ ชีวิตของ Freddie นั้นเต็มไปด้วยสีสันและความดราม่าซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีอยู่แล้ว (ยังไม่เคยมีใครนำเรื่องของเขามาสร้างเป็นหนัง หลังจากเขาเสียชีวิตไปเมื่อปี 1992) บวกกับการแสดงอันยอดเยี่ยมของ Rami Malek ที่โค่นตัวเต็งทุกคนในปีนั้นขึ้นรับรางวัลออสการ์นำชายในปีนั้น และหลังจากเรื่องนี้หนังของนักดนตรีก็ทยอยสร้างกันออกมาอีกเยอะในขณะนี้ ทั้งเรื่องของ Michael Jackson, Whitney Houston และ Bee Gees

Bohemian Rhapsody คือเพลงจากอัลบั้ม A Night at the Opera (1975) ซึ่งเป็นเพลงแจ้งเกิดของ Queen อันเนื่องมาจากความแหกขนบในการนำสไตล์เพลง Opera มาใส่สไตล์ร็อกแอนด์โรลและกับความยาว 6 นาทีจนค่ายเพลง EMI ไม่ยอมให้ออก เพราะกลัวว่าคลื่นวิทยุในยุคนั้นจะไม่ยอมเปิดเพลงที่ยาวกว่า 3 นาที เพลงนี้ยังเป็นเพลงเปิดใน 20 นาทีของการแสดง Concert ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วของวง Queen นั่นคือ Concert ระดมทุนช่วยเหลือคนยากไร้ในทวีปแอฟริกา Live Aid 1985 ซึ่งเป็นฉาก Climax ของเรื่องที่ตราตรึงคนดูไว้ได้อย่างตื่นตัน หนังวางศูนย์กลางของการเล่าไว้ที่ชีวิตของ Freddie Mercury หรือชื่อเดิมคือ Farrokh จากครอบครัวชนชาติ Zanzibar (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของประเทศ Tanzania) ที่มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และผู้คนแวดล้อมเขาในช่วงชีวิตต่างๆ ซึ่งจุดพีคก็คือความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาคนแรกที่เป็นผู้หญิงก่อนจะค่อย ๆ ยอมรับตัวเองและเปิดเผยว่าเขาเป็นรักร่วมเพศ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

หนังที่มีเบื้องหลังการสร้างเป็นหนังเจ้าปัญหาอีกเรื่องของวงการเรื่องนี้ กลายเป็นบทพิสูจน์ว่า ถึงแม้จะมีปัญหาก็ยังสร้างออกมาได้ดี เมื่อ Bryan Singer ผู้กำกับมีกระแสข่าวว่าเขากระทบกระทั่งกับ Rami อย่างรุนแรงในกองถ่าย บวกกับช่วงกระแสข่าว #MeToo ที่มีนักแสดงชายคนหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า เคยถูก Bryan ล่วงละเมิดทางเพศเมื่อตอนเป็นเด็ก จน Singer ทิ้งกองถ่ายบินกลับสหรัฐอเมริกากันดื้อ ๆ เป็นเหตุให้ Fox ค่ายหนังประกาศปลดเขาอย่างเป็นทางการ เป็นกรณีแรกๆ ของฮอลลีวูด เพราะปกติค่ายหนังมักจะปิดข่าวทำนองนี้แม้จะเกิดปัญหาขึ้นจริง

  • นักแสดง: Rami Malek, Aidan Gillen, Mike Myers, Ben Hardy, Lucy Boynton, Tom Hollander
  • ผู้กำกับ: Bryan Singer (X-Men: Days of Future Past, X-Men, Superman Returns, Valkyrie)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 52 / 903 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 60% / 8/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 4 สาขา (นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Rami Malek), ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 1 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม)

ชวนอ่านบทความที่เกี่ยวกับหนัง Bohemian Rhapsody

อันดับ 14 Hidden Figures (2016)

สร้างจากเรื่องจริง เมื่อหญิงสาวผิวดำผู้ด้อยชั้นกว่าทั้งเพศและเผ่าพันธุ์เจิดจรัสท่ามกลางทศวรรษ 1960s ที่การเหยียดสีผิวรุนแรงที่สุด ตัวละครหลักทั้ง 3 คนเป็นนักคณิตกรผู้คำนวณสูตรให้จรวดอวกาศของสหรัฐอเมริกาเดินทางรอบโลกได้ทัดเทียมกับของสหภาพโซเวียต ในห้วงเวลาแห่งการบุกเบิกอาณาจักรอวกาศของมนุษยชาติ พวกเธอต้องใช้วิริยะอุตสาหะหลายเท่าตัวมากกว่าชายผิวขาว เพื่อจะพิสูจน์ความสามารถให้องค์การนาซ่ายอมรับในฝีมือ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

หนังกลายเป็นความสำเร็จทางรายได้และเวทีรางวัล เพราะหนังก็สะท้อนให้เห็นถึงการเหยียดคนผิวดำที่พ่วงความเป็นสตรีเพศเข้าไปอีกได้อย่างสมจริง อย่างเช่น ฉากที่พวกเธอต้องวิ่งออกไปเข้าห้องน้ำของคนผิวดำที่ตั้งอยู่นอกตัวอาคารขององค์การนาซ่า เพราะในยุคนั้นคนผิวขาวยังไม่ยอมรวมใช้ห้องน้ำเดียวกันกับคนผิวดำ Hidden Figures ดัดแปลงมาจากนิยายที่อ้างอิงจากเรื่องจริงในชื่อเดียวกัน เขียนโดย Margot Lee Shetterly เป็นนิยายที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2016 และขึ้นอันดับ 1 ของนิวยอร์กไทม์เบสต์เซลเลอร์ และตัวมาร์โกต์ เองก็มาเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมของเรื่องนี้ โดยเธอไปทราบเรื่องราวของ 3 สาวแห่งนาซ่านี้จากพ่อเธอที่เคยทำงานอยู่นาซ่า แล้วก็รู้สึกทึ่งว่าทำไมเรื่องราวดีงามของทั้ง 3 คนนี้จึงไม่เคยถูกพูดถึงเลย

  • นักแสดง: Taraji P. Henson, Octavia Spencer, Janelle Monáe, Kevin Costner, Mahershala Ali, Kirsten Dunst
  • ผู้กำกับ: Theodore Melfi (St. Vincent)
  • ทุนสร้าง/รายร้บรวมทั่วโลก: 25 / 235 ล้านเหรีญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 92% / 7.8/10
  • รางวัลบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 3 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Octavia Spencer), บทภาพยตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม)

ชวนอ่านบทความที่เกี่ยวกับหนัง Hidden Figures

รวมหนังตีแผ่การเหยียดสีผิว #BlackLivesMatter ที่ดูแล้วจะเข้าใจและเสียน้ำตาให้ “คนผิวดำ”

อันดับ 13 Mad Max: Fury Road (2015)

ในทีแรกที่มีการประกาศสร้าง Mad Max: Fury Road ที่นับว่าเป็นภาคต่อภาคที่ 4 (ผู้กำกับบอกชัดว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่การรีบูตหรือรีเมกใด ๆ) คอหนังที่เกิดไม่ทันภาคแรกถึงภาค 3 ช่วงปี 1979-1985 ก็คงคิดว่า นี่คือหนังแอ็กชันในบรรยากาศหลังวันโลกแตกเรื่องหนึ่ง ส่วนใครที่เกิดทันก็อาจตั้งคำถามว่า Tom Hardy จะมารับบท Max ต่อจาก Mel Gibson ได้ดีแค่ไหน แต่ระดับ George Miller ที่ทำหนังน้อย แต่เมื่อทำเรื่องไหนก็จัดเต็มจัดใหญ่ ท้ายที่สุดด้วยความเยี่ยมของหนังจึงพาหนังซัมเมอร์ที่ออกฉายเพื่อความบันเทิงเข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม รวมถึงกวาดรางวัลด้านเทคนิคกลับไปเกือบหมด

หนังเล่าเรื่องของ Furiosa ที่ต้องคอยปกป้องกลุ่มผู้หญิงที่ถูกจับเอาไปเป็นเจ้าสาวทาสของ Immortan Joe ตัวร้ายของเรื่อง (นักแสดงผู้รับบทนี้อย่าง Hugh Keays-Byrne เพิ่งจะเสียชีวิตไปเร็ว ๆ นี้) โดยพวกเธอจะต้องฝ่าทะเลทรายแสนโหด ดิบ เถื่อน เพื่อไปยังบ้านเกิดของเธอ แต่มันไม่ง่ายเลยที่ต้องผจญกับกองทัพคนเถื่อนที่ยึดครองทะเลทรายแห่งนั้นอยู่ และ Joe ก็ยังนำกองทัพรถแสนน่ากลัวออกมาไล่ล่าเพื่อทวงสิ่งที่ขโมยไปจากมัน Mad Max เกิดมาติดอยู่ระหว่างเรื่องราวนี้และกลายเป็นฮีโรจำเป็นที่จะต้องช่วย Furiosa และสาว ๆ กลุ่มนี้ให้รอดชีวิต

หนังเรื่องนี้ก็มีปมปัญหาดราม่าอยู่เหมือนกัน เมื่อบริษัทสร้างหนังของ Miller ฟ้อง Warner Brothers บริษัทผู้สร้างต่อศาลสูงของประเทศออสเตรเลียเรื่องเงินโบนัส 7 ล้านเหรียญที่ Warner ไม่ยอมจ่ายให้ ตามข้อตกลงในสัญญาที่ระบุว่า หากมีการคำนวณค่าใช้จ่ายสุทธิในการสร้างหนังออกมาแล้วไม่เกิน 157 ล้านเหรียญฯ แล้ว บริษัทของ Miller จะได้เงินโบนัสนี้ แต่ Warner ให้เหตุผลว่าหนังใช้งบเกินไปเยอะ ขณะที่ทาง Miller โต้กลับว่า การที่หนังใช้งบเกินมาจากการตัดสินใจของ Warner เองที่ทำให้ทำให้งบบานปลายและต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่จนถึงปัจจุบันได้มีการไกล่เกลี่ยไปแล้ว และทั้งคู่ก็เดินทาง หน้าสร้างหนังภาคแยกเรื่องราวของ Furiosa ในวัยสาวโดยได้ Anya Taylor-Johnson มารับบทเรียบร้อย

Mad Max: Fury Road (2015)
Mad Max: Fury Road (2015)
  • นักแสดง: Tom Hardy, Charlize Theron, Nicholas Hoult, Hugh Keays-Byrne, Zoë Kravitz, Rosie Huntington-Whiteley
  • ผู้กำกับ: George Miller (Mad Max 1-3, Babe: Pig in the City, Happy Feet 1-2)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 150 / 375 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 97% / 8.1/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 6 สาขา (องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 4 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, วิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม)

ชวนอ่านบทความที่เกี่ยวกับหนัง Mad Max: Fury Road

อันดับ 12 The Social Network (2010)

ปี 2011 เป็นปีที่โหดหินของหนังที่เข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (มีทั้ง The King’s Speech และ Inception ที่ิติดอยู่ในลิสต์นี้ด้วย รวมถึง Black Swan และ True Grit) แต่หนังที่ถูกวางให้เป็นตัวเก็งมาแต่แรกก่อนจะชวดไปก็คือผลงานของสุดยอดผู้กำกับ David Fincher ที่จะเล่าถึงชีวิตของผู้ก่อตั้ง Mark Zuckerberg นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยที่สุดคนหนึ่งของโลก ในช่วงที่เขาได้ค้นพบการสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสุดฮิตอย่าง Facebook ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผ่านความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ทั้งกับเพื่อนร่วมคิดค้น หุ้นส่วน กับคนรัก แต่สุดท้ายเขาก็ประสบความสำเร็จ (อย่างโดดเดี่ยว)

แม้ว่าวัตถุดิบอ้างอิงจะยึดจากหนังสือชื่อ “The Accidental Billionaire” ซึ่งเขียนขึ้นจากปากคำของ Eduardo Saverin (บทของ Andrew Garfield ที่เป็นศัตรูคนเคยรักของ Mark Zuckerberg) แต่เดิมทีนั้นทางทีมงานก็เคยพยายามติดต่อขอข้อมูลอ้างอิงจาก Facebook แต่พอเจอเงื่อนไขกลับมาว่า ห้ามให้เรื่องราวเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และห้ามเอ่ยคำว่า Facebook ในหนังด้วย ทำให้ทีมสร้างขอล้มเลิกการเจรจาทันที

และแม้ว่า Mark Zuckerberg จะไม่เอื้อเฟื้อข้อมูลใด ๆ กับทีมสร้างเลย แต่เขาก็ตัดสินใจขนพนักงานทุกคนในบริษัทไปชมหนังเรื่องนี้ด้วยกัน และปฏิกิริยาของเขาก็คือไม่ชอบหนังซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเขาไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น การถูกสาวทิ้งตอนต้นเรื่อง รวมถึงการสร้างเฟซบุ๊กเพียงเพราะอยากได้เข้ากลุ่มคนดังและชนะใจหญิง แต่สิ่งเดียวที่ถูกใจ Zuckerberg ก็คือเสื้อผ้าที่ Jesse Eisenberg ใส่ ทุกชิ้นที่เห็นในหนังล้วนเป็นเสื้อผ้าที่เขาเคยมีทั้งนั้น

  • นักแสดง: Jesse Eisenberg, Rooney Mara, Andrew Garfield, Armie Hammer, Justin Timberlake, Dakota Johnson
  • ผู้กำกับ: David Fincher (Mank, Gone Girl, Se7en, Fight Club)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 40 / 224 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 96% / 7.7/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 3 สาขา (บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม,ลำดับภาพยอดเยี่ยม, เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 5 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Jesse Eisenberg), ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม)

อันดับ 11 Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (2014)

ปี 2014 เป็นอีกปีที่หนังเข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมนั้น จัดได้ว่ามีความหลากหลายด้านการนำเสนอและเทคนิคแพรวพราว อย่างเรื่องนี้ที่คว้ารางวัลไปได้ในที่สุด หรือ Boyhood ที่เป็นตัวเก็งขับเคี่ยวกันมาตลอด (เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำจริงตามอายุของนักแสดงคือ 11 ปี!), The Grand Budapest Hotel, Whiplash, The Theory of Everything, The Imitation Game ซึ่งแต่ละเรื่องคือความยอดเยี่ยมในสไตล์ของตัวเองทั้งสิ้น แต่ที่ Birdman กวาดรางวัลใหญ่ ๆ ไปได้หมดก็เพราะการโชว์เทคนิคถ่าย Long-take (แบบปลอม ๆ) ตลอดทั้งเรื่องจนหนังแทบจะเป็นการแสดงละครเวทีที่เรียกร้องการแสดง “สด” ชนิดห้ามผิดจากนักแสดงทุกคน

Riggan เป็นดาราระดับโลกที่เคยประสบความสำเร็จกับบทซูเปอร์ฮีโร Birdman แต่ตอนนี้ตกอับและได้โอกาสอีกครั้งที่จะกอบกู้อาชีพกับครอบครัวด้วยการรับบทนำในละครเวทีบรอดเวย์เรื่องหนึ่ง แต่ในคืนที่จะแสดงรอบปฐมทัศน์นั้น ตัวละครมนุษย์นกเจ้ากรรมนายเวรของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น เพื่อเตือนให้นึกถึงวันที่เคยรุ่งโรจน์ เขาต้องพยายามคุมสติและต่อสู้กับจิตใจเพื่อให้การแสดงรอบเปิดปฐมทัศน์ของละครเวทีเล็กๆ เรื่องนี้ผ่านไปให้ได้

หนังยังเป็นการคัมแบ็กวงการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ของ Michael Keaton กับบท Riggan ที่แซะชีวิตจริงของตัวเองซึ่งเคยรับบทฮีโร Batman ในอดีตและดังอยู่เรื่องเดียวก่อนจะแป้กมาตลอดหลังจากนั้น ซึ่งหนังทำให้คนดูเอาใจช่วยทั้ง Riggan และ Keaton ที่พักหลังได้หนังดี ๆ เล่นขึ้นอีกเยอะหลังจากเรื่องนี้ ทั้งหนังออสการ์ Spotlight (2015), The Founder (2016) หนังชีวประวัติผู้ก่อตั้ง McDonalds, Spider-Man: Homecoming (2017) ในบทวายร้ายมนุษย์นก Vulture (ก็ยังไม่พ้นบทมนุษย์ที่มีปีกอยู่นั่นเอง)

  • นักแสดง: Michael Keaton, Edward Norton, Emma Stone, Naomi Watts, Bill Camp, Zach Galifianakis, Andrea Riseborough
  • ผู้กำกับ: Alejandro G. Iñárritu (The Revenant, Babel, Biutiful)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 18 / 103 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 91% / 7.7/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 4 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 4 สาขา (นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Michael Keaton), นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Edward Norton), นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Emma Stone), ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)