20 Movies Hollywood Likes
20 Movies Hollywood Likes

รู้หรือไม่? 20 หนังโดนใจ “ชาวฮอลลีวูด” มากที่สุดในรอบ 10 ปีมานี้ มีเรื่องอะไรบ้าง

อันดับ 10 Bridesmaids (2011)

หนังตลกเพียว ๆ เรื่องเดียวใน 20 เรื่องนี้ที่ถูกจัดอันดับ แต่ Bridemaids ก็เป็นความสำเร็จระดับปรากฏการณ์จริง ๆ ตอนที่เข้าฉาย เพราะหนังได้แจ้งเกิดนักแสดงตลกที่มีหนังฮิตอีกหลายเรื่องตามมาอย่าง Melissa McCarthy, Kristen Wiig (เจ้าของเครดิตเขียนบทเรื่องนี้ที่ได้เข้าชิงออสการ์ด้วย) , Rebel Wilson และยังทำให้ Rose Byrne กลับมาดังอีกครั้งด้วย รวมถึงหนังก็ได้แจ้งเกิดให้ผู้กำกับหนังตลก Paul Feig กลายเป็นผู้กำกับแถวหน้า มีโอกาสได้สร้างหนังดัง ๆ อีกหลายเรื่อง ทั้ง The Heat (2013), Spy (2015) และ Ghostbusters (2016) ฉบับรีเมก

หนังเล่าเรื่องราวป่วน ๆ ของแก๊งเพื่อนเจ้าสาว เมื่อ Lillian กำลังจะแต่งงาน เธอชวนเพื่อนสนิท อย่าง Annie และ Helen ร่วมด้วยเพื่อนสาวคนอื่น ๆ อีก 3 คนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว แต่ต้องเกิดศึกเบา ๆ ระหว่าง Annie และ Helen ทั้งคู่พยายามชิงตำแหน่งความเป็นเพื่อนซี้สุดของ Lillian ความวายป่วงจึงเกิดขึ้นหลังจากนั้น Bridemaids เน้นเรื่องราวของ Annie สาวโสดที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งเรื่องความรัก เรื่องงาน การเงิน ขณะที่ Helen นั้นเพียบพร้อมอย่างกับเจ้าหญิง Helen เข้ามาทำให้ Annie รู้สึกว่ากำลังถูกแย่งเพื่อนไป หนังจึงสร้างสถานการณ์สุดตลกขึ้นมาจากความพยายามที่พังพินาศของ Annie ในการแย่งเพื่อนสนิทกลับมาให้ได้ ซ้อนทับไว้ด้วยเส้นเรื่องชีวิตของเธอที่เปี่ยมแรงบันดาลใจ

  • นักแสดง: Kristen Wiig, Rose Byrne, Melissa McCarthy, Maya Rudolph, Rebel Wilson, Jon Hamm
  • ผู้กำกับ: Paul Feig (The Heat, Spy, Ghostbusters)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 32 / 288 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 90% / 6.8/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 2 สาขา (นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Melissa McCarthy), บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม)

อันดับ 9 Argo (2012)

หลังจากสร้างชื่อให้ตัวเองด้านการกำกับภาพยนตร์จาก Gone Baby Gone (2006) และ The Town (2010) นักแสดงที่ผันตัวมารับงานกำกับด้วยอย่าง Ben Affleck ก็มีผลงานหนังที่ยอดเยี่ยมที่สุดออกมาอย่าง Argo (2012) ที่ท้ายที่สุดแล้ว หนังสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์มาได้ (แต่ Ben Affleck กลับไม่ได้แม้แต่เข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ซึ่งเขาก็ขึ้นไปแซะกรรมการนิดหน่อยตอนที่ขึ้นไปรับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในฐานะของหนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง)

หนังเรื่องนี้ได้คำโปรยว่า “เป็นเรื่องจริงที่ว่าด้วยการสร้างหนังปลอม” สร้างจากเหตุการณ์จริงในปี 1979 ที่เกิดสถานการณ์จับตัวประกันชาวอเมริกันขึ้นในประเทศอิหร่าน มีการบุกสถานทูต และชาวอเมริกัน 52 คนถูกจับเป็นตัวประกัน โดยมี 6 คนที่หนีรอดไปหลบในสถานทูตแคนาดาได้ Ben Affleck รับบทเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือพาพวกเขาหนีออกจากอิหร่าน ด้วยการปลอมตัวเป็นทีมสร้างหนังไซไฟปลอม ๆ เกรดบีของแคนาดาชื่อเรื่องว่า Argo เบื้องหลังภารกิจนี้ถูกเก็บงำมาหลายสิบปีจนกระทั่งกลายเป็นบทความในนิตยสาร Wired ซึ่งโดนใจ Affleck มากจนเอามาสร้างเป็นหนังในที่สุด

  • นักแสดง: Ben Affleck, John Goodman, Alan Arkin, Bryan Cranston, Kyle Chandle, Chris Messina, Clea DuVall
  • ผู้กำกับ: Ben Affleck (Gone Baby Gone, The Town, Live by Night)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 44 / 232 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 96% / 7.7/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 3 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 4 สาขา (นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Alan Arkin), เพลงประกอบยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม)

ชวนอ่านบทความที่เกี่ยวกับหนัง Argo

อ้าวเห้ย…ไม่เหมือนที่ดูกันไปนี่หว่า? เมื่อหนังประวัติศาสตร์เหล่านี้ ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริง!

อันดับ 8 Harry Potter and the Deathly Hallows Part I (2010)

หนังแฟนตาซีในจักรวาลพ่อมดที่สร้างจากวรรณกรรมที่โด่งดังที่สุดของยุคต้น 2000s อยู่คู่กับผู้อ่านและคอหนังวัยรุ่นที่เติบโตมาด้วยกันกับหนังสือและหนังภาคแรกเมื่อปี 2001 จนกระทั่งภาคสุดท้ายในปี 2011 (และ Warner Brothers กับ J.K. Rowling ก็ยังหากินกันต่อมาจนถึง Fantastic Beasts ในปัจจุบันที่บอกว่าจะมีทั้งหมด 5 ภาคด้วยกัน) แต่สำหรับภาคที่หลายคนชื่นชมกันมากที่สุด ก็คือภาคที่เรียกกันเล่น ๆ ว่า 7.1 นี้เอง เพราะหนังได้ฉีกออกจากขนบความเป็นหนังแฟนตาซีกลายเป็นหนัง Road Trip หนังเล่าเรื่องราวของเหล่าตัวเอกของเรื่อง ทั้ง Harry, Ron และ Hermione ที่ต้องออกไปตามหาฮอร์ครักซ์ให้ครบ 7 ชิ้นเพื่อทำลายวิญญาณของตัวร้าย Lord Voldemort ที่กระจายวิญญาณฝากไปไว้ในฮอร์ครักซ์ชิ้นต่าง ๆ

และทุกครั้งที่พวกเขาทำลายสิ่งของเหล่านั้นได้ จิตใจของพวกเขาก็จะถูกกระทบกระเทือนทำให้อารมณ์แปรปรวนจนเป็นเหตุให้ทั้ง 3 เพื่อนรักต้องผิดใจกัน ข้อดีของหนังภาคนี้คือการปล่อยให้คนดูได้ใช้เวลาไปสำรวจความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างละเอียด รวมถึงการเริ่มสัมผัสความสูญเสียตัวละครสำคัญที่คนดูรักและผูกพันมาตั้งแต่ภาคแรก ก่อนที่ตอนจบจะส่งต่อให้ภาคปิดท้ายที่เป็นบทสรุปอันเต็มไปด้วยการต่อสู้ระหว่างฝั่งธรรมะกับอธรรมในฉากสุดยิ่งใหญ่ (เหมือนทุกภาคที่แล้วมา)

  • นักแสดง: Daniel Radcliffe, Emma Watson, Gary Oldman, Ralph Fiennes, Alan Rickman, Helena Bonham Carter, John Hurt, Michael Gambon, Domhnall Gleeson, Helena Bonham Carter
  • ผู้กำกับ: David Yates (Harry Potter 5-7, Fantastic Beasts 1-2, The Legend of Tarzan)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 200 / 976 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 77% / 7.7/10
  • รางวัลบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 2 สาขา (วิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม, องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม)

อันดับ 7 A Star is Born (2018)

ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์สุดดราม่าของคู่รักนักดนตรีที่ตอนจบของเรื่องกลายเป็นโศกนาฏกรรมแสนสะเทือนใจอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่การแสดงอันยอดเยี่ยมของพระเอกนางเอกอย่าง Bradley Cooper ที่ทำได้ดีอยู่แล้วในหนังดราม่า กับเรื่องนี้ยิ่งได้โชว์ร้องเพลงเอง (รวมถึงงานเบื้องหลังอย่างการกำกับหนังเป็นครั้งแรกและเขียนบทเองด้วย) ส่วนอีกคนก็คือการแจ้งเกิดในวงการแสดงแบบดังเปรี้ยงของ Lady Gaga ที่สำหรับวงการเพลงนั้นเธอเป็นตัวแม่มาเป็นสิบปีแล้ว

เรื่องราวของ A Star is Born นั้นเป็นหนังอมตะอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอลลีวูดรักมาก จนรีเมกครั้งนี้นับเป็นครั้ง 4 แล้ว (1937 , 1954 และ 1976) โดยเฉพาะฉบับปี 1976 ที่ผู้คนยังจำการแสดงของ Barbra Streisand ในบทเดียวกับ Lady Gaga ได้ และเพลง “Evergreen” ก็ฮิตมากและคว้ารางวัลออสการ์เพลงประกอบภาพยนตร์ไปด้วย ส่วนฉบับปี 2018 นั้นเพลง “Shallow” ก็กลับมาคว้ารางวัลเดียวกัน ความน่าสะเทือนใจของหนัง ตอนที่เข้าฉายในนิวซีแลนด์ ต้องมีการขึ้นคำเตือนว่าในหนังมีฉากจบที่สะเทือนอารมณ์ที่อาจทำให้เกิดการเลียนแบบก่อนหนังจะเริ่มต้นขึ้น แม้ว่าคำเตือนดังกล่าวจะเป็นการเปิดเผยฉากจบสำคัญของหนังก็ตาม

หนังเล่าเรื่องราวของ Jack ศิลปินเพลงคันทรีชื่อดังที่ชีวิตกำลังร่วงเพราะการติดเหล้า ขณะที่เขากำลังจะทิ้งวงการไปนั้น เขาก็ได้ค้นพบ Ally นักแต่งเพลงผู้ที่มีเสียงใหญ่และไพเราะแต่ไม่กล้าที่จะขึ้นเวทีร้องเพลง Jack จึงพยายามผลักดันเธอและช่วยเธอให้พ้นจากความกลัว แต่เมื่อขณะที่อาชีพด้านการร้องเพลงของAlly กำลังรุ่งพุ่งทะยานอย่างฉุดไม่อยู่ Jack ก็ไม่โด่งดังอีกแล้วแถมทรุดหนักเพราะอาการเจ็บป่วย (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

Bradley Cooper และ Lady Gaga ใน A Star is Born (2018)
  • นักแสดง: Bradley Cooper, Lady Gaga, Sam Elliott, Alec Baldwin, Andrew Dice Clay, Dave Chappelle
  • ผู้กำกับ: Bradley Cooper
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 36 / 436 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 90% / 7.6/10
  • รางวัลบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 1 สาขา (เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิงอีก 7 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Bradley Cooper), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Lady Gaga), นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Sam Elliott), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม)

อันดับ 6 La La Land (2016)

หนังที่เฉียดใกล้ออสการ์ที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นตัวเต็งและเป็นผู้ชนะอยู่ราว ๆ 2-3 วินาทีก่อนจะมีการประกาศแก้ชื่อเป็นหนัง Moonlight แทน ถึงอย่างนั้น La La Land ก็ยังเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับ Damien Chazelle ที่สร้างบรรยากาศให้หวนนึกถึงหนังเพลงในยุค 60s รวมถึงฉากจบที่แสนปวดร้าว แทบจะพลิกอารมณ์ของหนังทั้งเรื่องให้กลายเป็นหนังเรื่องใหม่เลยทีเดียว แต่นั่นก็ทำให้หนังมีตอนจบเป็นที่กล่าวถึงและถูกจัดให้เป็นตอนจบที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในโลกภาพยนตร์

พล็อตเรื่องว่าด้วย “บอยมีตเกิร์ล” ชายหนุ่มหญิงสาวตกหลุมรักกันและฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามต่าง ๆ โดยเฉพาะการไล่ตามความฝันในมหานครแห่งโลกมายาอย่าง L.A. ด้วย หนังเล่าเรื่อง 2 ส่วน หลังจากฉากเต้นสุดหวือหวาบนทางด่วนที่รถติดแน่นขนัด พระเอกกับนางเอกก็ได้พบกันครั้งแรกและประทับใจกันแบบพ่อแง่แม่งอน แล้วหนังก็เริ่มจับไปเล่าชีวิตของ Mia นางเอกที่เป็นเพียงเด็กบ้านนอก มาทำงานบาร์เทนเดอร์ร้านกาแฟ และเฝ้าตามความฝันในการเป็นนักแสดงโด่งดัง เธอผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับการไปออดิชันแคสติ้งงานต่าง ๆ แต่ก็ไม่เคยท้อใจ จนวันคริสต์มาสที่ทุกอย่างดูไม่เป็นใจเอาเสียเลย เธอก็ได้พบกับชายหนุ่มนักเปียโนแนวแจ๊สในคลับแห่งหนึ่ง ที่จะกลายมาเป็นทั้งแรงบันดาลใจและแรงผลักดันคนสำคัญ (อ่านรีวิวเรื่องนี้ของ WTF)

La La Land
La La Land
  • นักแสดง: Ryan Gosling, Emma Stone, J.K. Simmons
  • ผู้กำกับ: Damien Chazelle (Whiplash, First Man)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 30 / 446 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 91% / 8/10
  • รางวัลบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 6 สาขา (นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Emma Stone), ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ทั้งเพลงและสกอร์) และ องค์ประกอบศิลยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 8 สาขา (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Ryan Gosling), บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม, ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และเพลงประกอบยอดเยี่ยม (เข้าชิงถึง 2 เพลง คว้ารางวัล 1 เพลง))

ชวนอ่านบทความที่เกี่ยวกับหนัง La La Land

รวมหนังดราม่า “ต้องเสียน้ำตา” สักครั้งในชีวิตบน Netflix (ตอนที่ 2)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)