ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Health
Read More

นิยาม “งาน” เปลี่ยนไป ! จากยุค Boomer ต้องทุ่มเทไต่เต้า สู่อุดมการณ์ Gen Z ขอแค่ได้เงินทำแล้วมีความสุขก็พอ

การทำงานกลายเป็นสิ่งพื้นฐานในโลกทุนนิยมที่ทุกอย่างต้องขับเคลื่อนด้วยเงิน ไม่ว่าจะกี่เจเนอเรชันก็ต้องผ่านการทำงาน แม้จะถูกมองว่าเป็นกิจกรรมที่ต้องทำเพื่อแลกเงิน แต่ปัจจุบันมุมมองความน่าเชื่อถือ และความมั่นคงของงานกลับเปลี่ยนไปตามแต่ละเจน  เรื่องนี้โทษใครไม่ได้ สิ่งที่จะพอยกมาเป็นสาเหตุได้ คือยุคสมัยที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ทัศนคติที่มีต่อการไต่เต้าตำแหน่งในสายอาชีพเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เจเนอเรชันที่อายุน้อยมักมองว่างานคือเครื่องมือหรือช่องทางไปสู่เป้าหมายชีวิต ไม่กลัวการต้องเปลี่ยนงาน ต่างกับเจเนอเรชันก่อนหน้าที่มองว่าการทำงานต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน เคร่งครัด เป็นระบบ และจะมองคนที่ทำงานที่เดิม ๆ นาน ๆ คือคนที่มีความอดทน ในขณะเดียวกันก็มองคนทำงานที่เดิมได้ไม่นานเป็นคนไม่สู้งาน  บทความนี้จะพูดถึงมุมมองเรื่อง ‘งาน’ ของ 4 เจเนอเรชัน ซึ่งได้แก่ Baby Boomer, Gen X, Gen Millennials และ Gen Z  Baby Boomer ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นคนทำงานหนัก เพราะตอนที่วัยนี้เข้าสู่ตลาดแรงงาน ระบบการทำงานแบบจากระยะไกล (Remote Work) ยังไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เป็นออริจินัลการทำงานแบบดั้งเดิม เข้าออฟฟิศ ทำงานอย่างยาวนานหลายชั่วโมง และมุ่งมั่นไต่เต้าเพื่อตำแหน่งงานที่สูงขึ้น ชาว Boomer มักเลือกเส้นทางอาชีพแบบดั้งเดิมที่สังคมคุ้นเคยมากกว่างานใหม่ ๆ ที่มากับกระแส เป็นเจนที่ถูกมองว่าติดเซฟโซนที่สุดเลยก็ว่าได้และค่อนข้างแคร์หน้าตาในสังคม จุดเริ่มต้นของอาชีพยอดฮิตที่ดันให้ลูกหลานเป็นมากที่สุด อย่าง แพทย์…
28/08/2026

หลับอัปเวล ! Google เปิดตัว Fitbit Air Pokémon Sleep Edition ฉลอง 30 ปี ให้ทุกคืนกลายเป็นเควสต์จับม่อนสุดฟิน

ตอนนี้การนอนพักผ่อนที่เป็นแค่เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน กำลังจะกลายเป็นภารกิจสุดตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความฟิน เพราะล่าสุด Google กับ The Pokémon Company มีดีลใหญ่ปล่อยทีเด็ดฉลองครบรอบ 30 ปีของแฟรนไชส์การ์ตูนดังที่เราคุ้นเคยและหลงรัก  ด้วยการเปิดตัว Fitbit Air Pokémon Sleep Edition อุปกรณ์ติดตามสุขภาพรุ่นลิมิเต็ด เห็นแบบนี้ไม่ใช่แค่นาฬิกาฟิตเนสธรรมดา ๆ หรือมีมาแค่ตามเทรนด์เก๋ ๆ แต่คือตัวช่วยที่จะเปลี่ยนเวลาหลับให้กลายเป็นชั่วโมงแห่งความสุข ที่มีเทคโนโลยีวัดค่าร่างกายเข้ากับความน่ารักของ Pokémon Sleep เปลี่ยนทุกนาทีบนเตียงให้เป็นพลัง และส่งตรงไอเทมพร้อมมอนสเตอร์ตัวโปรดมาให้เราลุ้นกันในทุก ๆ เช้า บางคนอาจคุ้นกับ Pokémon Go ที่ต้องออกไปเดินจับ ฮิตจนเป็นไวรัลทั่วโลก แต่ Pokémon Sleep แค่นอนก็เพลินไปกับการเก็บโปเกมอนได้แล้ว  แฟน ๆ ที่เล่น Pokémon Sleep อยู่แล้วคงรู้ดีว่า เกมนี้มันฮีลใจและสร้างอิมแพกต์กับชีวิตประจำวันเราขนาดไหน เพราะตัวเกมใช้ระบบ Gamification ที่นำเอากลไกของเกมมาประยุกต์ใช้ในบริบทที่ไม่ใช่เกม เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนให้กลายเป็นเกมเพลย์เพลิน ๆ หลักการของมันคือยิ่งถ้าเรานอนหลับได้เต็มอิ่มและมีคุณภาพมากเท่าไร ระยะเวลาและความลึกของการนอนก็จะถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนเพื่อปั๊มพลังง่วงนอน (Drowsy Power)…
25/08/2026

นโยบายช่วยเลี้ยง ! สิงคโปร์แจกเงิน 1.8 ล้านบาท หลังอัตราการเกิดใหม่ร่วงเป็นประวัติการณ์

ท่ามกลางประเด็นเด็กเกิดใหม่ลด สิงคโปร์น่าจะเป็นประเทศแรก ๆ ที่ทุ่มสวัสดิการแจกเงิน ปูพรมสนับสนุนยกเครื่องใหม่แบบที่ประเทศบ้านข้าง ๆ เห็นแล้วต้องอิจฉาและตั้งคำถามว่าแล้วประเทศเราล่ะ ? นี่ไม่ใช่ข้อมูลที่นั่งเทียนเขียนหรือแค่จินตนาการขายฝันหลอกกระตุ้นประชาชน หลัง ลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ได้ประกาศข่าวใหญ่ในระหว่างการแถลงข่าว National Day Rally เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสวัสดิการการดูแลบุตรเพื่อสนับสนุนสถาบันครอบครัว เนื่องจากประเด็นปัญหาหนักที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตอัตราการเกิดที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ รวมถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและความกดดันในการเลี้ยงดูบุตรอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่จะได้รับจากสวัสดิการใหม่นี้คือ เด็กชาวสิงคโปร์ทุกคนจะได้รับความช่วยเหลือโดยตรงเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท) ไปจนถึงอายุ 17 ปี โดยเริ่มต้นด้วยเงินขวัญถุงแรกเกิดจำนวน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 2.6 แสนบาท)  นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะเพิ่มวันลาเพื่อดูแลบุตรที่ได้รับค่าจ้างขึ้นอย่างมาก และตั้งเป้าที่จะลดค่าธรรมเนียมรายเดือนสำหรับบริการดูแลเด็กเต็มวันแบบได้รับเงินอุดหนุนเหลือเพียง 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 3,900 บาท) การสนับสนุนครอบครัวได้กลายเป็นวาระสำคัญสูงสุดของสิงคโปร์ โดยอัตราเจริญพันธุ์รวม ช่วงอายุ 15-49…
10/08/2026

ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้

ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี มาร่วมเป็นพลังเสียงสำคัญในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ ให้คุณแม่และผู้หญิงไทยหันมาใส่ใจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ช่วยปกป้องสุขภาพ ให้ผู้หญิงทุกคนได้อยู่สร้างความทรงจำอันมีค่ากับครอบครัวและคนที่รักไปได้ยาวนานยิ่งขึ้น ช่องทางบริการและแหล่งเรียนรู้การตรวจคัดกรองเต้านม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงไทยเข้าถึงการดูแลสุขภาพเต้านมได้อย่างทั่วถึง แคมเปญได้เปิดช่องทางให้บริการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ พลังแห่งการให้ ส่งต่อโอกาสทางสุขภาพสู่ผู้หญิงไทย นางบุษดี เจียรวนนท์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิถันยรักษ์ฯ กล่าวถึงความสำคัญของแคมเปญนี้ว่า “วันแม่คือช่วงเวลาแห่งความรักความผูกพันและความห่วงใยที่อยากส่งต่อถึงกันมูลนิธิถันยรักษ์ฯจึงอยากชวนทุกครอบครัวแสดงความรักต่อคุณแม่และคนที่รักด้วยการพาเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพราะยิ่งพบความผิดปกติได้เร็วก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นขณะเดียวกันทุกคนยังสามารถร่วมส่งต่อโอกาสของสุขภาพที่ดีไปยังผู้หญิงไทยอีกจำนวนมากผ่านการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการตรวจได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่องเพราะโอกาสในการตรวจวันนี้อาจหมายถึงโอกาสที่จะได้มีวันพรุ่งนี้และช่วงเวลาอันมีค่ากับคนที่รักต่อไปอีกยาวนาน” การร่วมบริจาคและการติดต่อ ทุกท่านสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้หญิงไทย ด้วยการบริจาคสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง โดยใบเสร็จจากการบริจาคสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช…
10/07/2026

ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง ผลิตเซลล์รักษาได้ไม่จำกัด

ทุกวันนี้การรักษามะเร็งไม่ได้มีแค่การผ่าตัด ฉายแสง หรือเคมีบำบัดเท่านั้น แต่ยังมีอีกวิธีที่เรียกว่า ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ซึ่งอาศัยเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กลับไปต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แม้วิธีนี้จะช่วยรักษามะเร็งบางชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งการผลิตเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำได้ยาก ใช้เวลานาน มีจำนวนจำกัด และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันบำบัดยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทุกคน ล่าสุด ทีมนักวิจัยจาก University of Southern California (USC) ค้นพบแนวทางที่อาจช่วยแก้ปัญหานี้ ด้วยการพัฒนาเทคนิคที่ทำให้สามารถสร้าง "ต้นแบบ" ของเซลล์ภูมิคุ้มกันให้แบ่งตัวและผลิตเซลล์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจปูทางไปสู่การผลิตเซลล์สำหรับรักษามะเร็งในปริมาณที่มากขึ้นในอนาคต โดยจุดสำคัญของงานวิจัยครั้งนี้ ไม่ใช่การค้นพบเซลล์ชนิดใหม่ แต่เป็นการพัฒนาเทคนิคที่ทำให้ เซลล์ตั้งต้นของระบบภูมิคุ้มกัน สามารถแบ่งตัวและเพาะเลี้ยงต่อได้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจช่วยให้ผลิตเซลล์สำหรับการรักษาได้มากกว่าวิธีเดิม จาก "ผลิตทีละชุด" สู่การสร้างแหล่งผลิต หากเปรียบเทียบระบบภูมิคุ้มกันเป็นกองทัพ เซลล์ภูมิคุ้มกันก็เปรียบเสมือนทหารที่คอยตรวจจับและกำจัดสิ่งแปลกปลอมอย่างเซลล์มะเร็ง ที่ผ่านมา นักวิจัยต้องนำเซลล์ของผู้ป่วยมาปรับแต่งในห้องปฏิบัติการ ก่อนส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย แม้วิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่เซลล์ผลิตได้อย่างจำกัด และต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ งานวิจัยใหม่นี้จึงเลือกแก้ปัญหาที่ต้นทาง แทนที่จะต้องสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง นักวิจัยกลับพบวิธีเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์ภูมิคุ้มกันให้สามารถแบ่งตัวและผลิตเซลล์รุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คือ จากเดิมที่ต้อง "ฝึกทหารใหม่" ทุกครั้ง งานวิจัยนี้กำลังพยายามสร้าง "ศูนย์ฝึก" ที่สามารถผลิตทหารได้เรื่อย ๆ แทน…
Worawalan | 62 days ago
Read More
06/07/2026

ความหวังใหม่ ! ร่างกายมนุษย์อาจงอกอวัยวะใหม่ได้ หลังนักวิจัยพบวิธีเปลี่ยน ‘แผลเป็น’ เป็น ‘เนื้อเยื่อเจริญ’

ที่ผ่านมา การงอกอวัยวะใหม่ ทั้งนิ้ว แขน ขา หรือแม้แต่สมอง ดูเหมือนจะเป็นความสามารถตามธรรมชาติที่มีแค่ในสัตว์บางชนิด อย่างซาลาแมนเดอร์ ดาวทะเล รวมถึงหมาน้ำ (Axolotl) เท่านั้น ในขณะที่สัตว์ส่วนใหญ่ รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างมนุษย์เราต้องยอมรับการสูญเสียอวัยวะอย่างถาวรมาตลอด แต่จากข้อมูลล่าสุด มนุษย์อาจไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ในความสามารถนี้ไปซะทีเดียว เพราะจริง ๆ แล้วเราอาจจะแค่ยังหาวิธีเปิดสวิตช์มันไม่เจอ ? งานวิจัยล่าสุดจากทีมมหาวิทยาลัยเทกซัสเอแอนด์เอ็ม (Texas A&M University) พบว่าระบบเยียวยาบาดแผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถถูกกระตุ้นให้สร้าง 'โครงสร้างกระดูก' ที่สูญเสียไปขึ้นมาใหม่ได้ ถึงผลลัพธ์ในการทดลองกับหนูจะยังไม่เพอร์เฟกต์ 100% แต่นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจระบบฟื้นฟูร่างกายตัวเองได้ลึกซึ้งขึ้น เคน มูเนโอกะ (Ken Muneoka) นักชีววิทยาด้านพัฒนาการจากทีมวิจัย เผยว่า "เราควรเริ่มหันมาโฟกัสการใช้สัญญาณทางเคมีเหล่านี้ในกระบวนการรักษาแผล เพราะแค่เราเปลี่ยนกลไกการตอบสนองของร่างกายนิดหน่อยเพื่อลดการเกิดแผลเป็น มันก็สร้างประโยชน์ได้มหาศาลแล้ว" ทางแยกของบาดแผล 'แผลเป็น' หรือ 'งอกใหม่' ? ปกติแล้วถ้าเวลาเนื้อเยื่อเราฉีกขาด ร่างกายจะเปิดโหมดซ่อมแซมฉุกเฉินทันที เกล็ดเลือดจะสร้างลิ่มเลือด เม็ดเลือดขาวก็จะรีบมาเคลียร์เซลล์ที่ตาย และร่างกายจะส่งสัญญาณเรียกเซลล์ที่ชื่อ 'ไฟโบรบลาสต์' (Fibroblasts) เข้ามาจัดการ เซลล์พวกนี้จะรีบปิดแผลให้ไวที่สุดเพื่อกันเชื้อโรค โดยดึงคอลลาเจนมาสานกันจนแน่น…
19/06/2026

รู้จัก Dataism ทำไมมนุษย์เสพติดชุดข้อมูล จนสูญเสียเจตจำนงเสรี ? ส่องมุมมองของ บิลล์ เกตส์ ต่ออนาคตของ AI และ Dataism

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพมาแรงก็อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนเริ่มที่จะหันมาสนใจเรื่องการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น และเทรนด์นี้ก็ส่งผลให้มีแกดเจตมากมายขึ้นมา เพื่อเก็บสถิติพร้อมตัวเลขชี้วัดที่แม่นยำขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การออกกำลังกาย ไปจนถึงอาหารการกิน สถิติหรือข้อมูลพวกนี้มีคนนิยามคำใหม่เพื่อเรียกคนที่ติดมัน โดยมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Dataism  Dataism คืออะไร ? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Dataism คืออะไร ? Dataism หรือ 'ลัทธิข้อมูล' เป็นแนวคิดที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางโดยนักประวัติศาสตร์ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (Yuval Noah Harari) ในหนังสือ 'Homo Deus: A Brief History of Tomorrow' โดยมีแก่นความเชื่อที่ว่า จักรวาลนี้ประกอบขึ้นจากการไหลเวียนของข้อมูล หรือ Data flows คุณค่าของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ธรรมชาติ หรือเครื่องจักร ล้วนถูกกำหนดโดยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลไว้แล้ว ตามแนวคิด Dataism สิ่งมีชีวิตรวมถึงตัวมนุษย์เองก็เป็นเพียง 'อัลกอริทึมทางชีวเคมี' และเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ระบบคอมพิวเตอร์และ AI ก็สามารถที่จะประมวลผลข้อมูลได้เหนือกว่าสมองของมนุษย์ ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูล และกลายเป็นสิ่งสูงสุดที่ทรงคุณค่า…
08/06/2026

เดจาวู ! ‘เอริกเซน’ วูบกลางสนามซ้ำสอง ปลุกคำถาม เป็นโรคหัวใจ ทำไมยังเตะบอลได้ ?

ภาพข่าวที่เผยให้เห็นอาการหมดสติของคริสเตียน เอริกเซน (Christian Eriksen) นักฟุตบอลชื่อดัง อายุ 34 ปี ชาวเดนมาร์ก ที่เคยค้าแข้งกับสโมสรดังมานับไม่ถ้วน ได้สร้างความกังวลให้กับแฟนบอลทั่วโลก หลังในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตรระหว่างทีมชาติเดนมาร์กและทีมชาติยูเครนเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้วูบล้มกลางสนามแข่ง ท่ามกลางสายตาของเพื่อนนักเตะ และแฟนบอลทั่วโลก ก่อนจะกลับมามีสติอีกครั้ง และออกจากสนามด้วยตัวเอง เบื้องต้นสมาคมฟุตบอลเดนมาร์กได้แจ้งข้อมูลว่า นักเตะปลอดภัยดี และอยู่ระหว่างการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่สำหรับเอริกเซนแล้ว นี่คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2021 ในการแข่งขันยูโร 2020 ที่เขาได้วูบล้มพับไปในขณะที่กำลังวิ่งรับส่งลูกบอลในสนาม สร้างความสะเทือนใจทันทีหลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่าเขามีอาการหัวใจหยุดเต้น เหตุการณ์ในวันนั้นแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเขามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ เอโดอาร์โด โบเว (Edoardo Bove) นักเตะชาวอิตาลี ที่หมดสติกลางสนามแข่งเมื่อปี 2024 เช่นเดียวกัน และทั้งหมดนี้ทำให้เกิดคำถามที่ว่าอะไรที่เป็นสาเหตุ แล้วทำไมนักฟุตบอลที่มีอาการป่วยเกี่ยวกับหัวใจถึงยังสามารถลงเตะได้ ?  สาเหตุโรคหัวใจที่พบในนักฟุตบอล หากเจาะลึกไปถึงสาเหตุแล้วนั้น ผลการศึกษาล่าสุดจากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American College of Cardiology) พบว่า ภาวะบางประการ…
05/06/2026

นักวิจัยใช้ AI ตรวจเลือดจางผ่าน ‘ดวงตา’ โดยไม่ต้องใช้เข็มเจาะเลือด 

คนกลัวเข็มถูกใจสิ่งนี้ นักวิจัยได้พัฒนาระบบใหม่ที่ใช้เพียงการถ่ายวิดีโอสั้น ๆ ที่ดวงตาเพื่อประเมินระดับเม็ดเลือดแดง ซึ่งหมายความว่าเราอาจไม่ต้องเจ็บตัวจากการใช้เข็มเจาะเลือดอีกต่อไป  แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังไม่พร้อมเข้ามาแทนที่การเจาะเลือดแบบเดิมแบบ 100% แต่มันมีศักยภาพสูงมากในการเป็น 'เครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น' เพื่อหาผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจเลือดอย่างละเอียดต่อไป ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่มีรายได้น้อย หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ระบบนี้ทำงานอย่างไร ? การตรวจวัดค่าเลือดแบบไม่ใช้เข็มไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2021 องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) เคยอนุมัติอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Pronto-7 ซึ่งใช้วิธีฉายแสงผ่านเล็บมือเพื่อวัดระดับฮีโมโกลบิน แต่ปัญหาคือ 'สีผิว' มีผลต่อความแม่นยำของอุปกรณ์นี้ ทำให้ผลที่ได้ในกลุ่มคนผิวเข้มคลาดเคลื่อนได้ แต่ 'ตาขาว' ของมนุษย์เรามีเม็ดสีน้อยมากและมีลักษณะแทบจะเหมือนกันในทุกกลุ่มประชากร ทำให้เทคโนโลยีใหม่นี้ จึงมีประโยชน์จากข้อได้เปรียบตรงนี้พอสมสมควร ขั้นตอนการทำงาน หลักการทำงานก็จะไม่ได้ซับซ้อนมากครับ เริ่มแรกคือใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยาย 50 เท่า ถ่ายวิดีโอความยาว 10 วินาทีบริเวณตาขาวของผู้เข้ารับการทดสอบ ซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Video-to-Vessels จะเข้ามาจัดการวิดีโอ โดยตัดการกะพริบตา การขยับดวงตา หรือการเปลี่ยนแปลงของแสงออกไป เพื่อแปลงภาพให้กลายเป็นภาพนิ่งแบบไทม์แลปส์ของเส้นเลือดในดวงตา และใช้โมเดล AI ที่ชื่อว่า VesselNet จะวิเคราะห์รูปแบบการไหลเวียนของเซลล์เม็ดเลือด เพื่อทำนายระดับฮีโมโกลบินและปริมาณเม็ดเลือดแดง ปีเตอร์ แคมป์เบลล์ (Peter…
27/05/2026

โควิดระบาด ! สิงคโปร์ยอดป่วยทะลุหมื่น หวั่นสะเทือนไทย สธ. เผยยังไม่พบความรุนแรง ด้านแพทย์ยันยังไม่น่าห่วง

โควิด-19 กำลังกลับมา หรือจริง ๆ มันไม่เคยหายไปไหน ? กลางเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา หน้าสื่อทั้งในไทยและต่างประเทศเองต่างรายงานข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ หลังโควิดระบาดหนัก ส่งผลให้มีผู้ป่วยพุ่งทันทีกว่า 12,700 ราย ภายเวลาสัปดาห์เดียว นั่นทำให้หลายคนเกิดความกังวลตามมาว่าไทยมีโอกาสที่จะระบาดใหญ่เหมือนในสิงคโปร์หรือไม่ ? สายพันธ์ุที่กำลังระบาดอยู่ในสิงคโปร์ตอนนี้คือ สายพันธุ์ NB.1.8.1 ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน (Omicron) มีชื่อเรียกเฉพาะหรือชื่อเต็มในวงการแพทย์ว่า ‘นิมบัส’ (Nimbus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ต่อจากสายพันธุ์ JN.1 ที่เป็นสายพันธุ์หลักของไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในสิงคโปร์ก่อนหน้านี้ ซึ่งสายพันธุ์นี้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDA) ระบุว่าวัคซีนโควิด-19 ที่มีอยู่ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์นี้ นายแพทย์นาเรส สมิตาสิน (Dr. Nares Smitasin) ที่ปรึกษาอาวุโสของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติ (NUH) ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ เนื่องจากไวรัสได้เปลี่ยนสถานะเป็นโรคประจำถิ่นคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แม้จำนวนผู้ป่วยโควิดในสิงคโปร์ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ  ด้านประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด สายพันธุ์ NB.1.8.1 ไว้ว่าเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทย…
26/05/2026

ก้าวสำคัญทางการแพทย์ ! จีนลุยทดลองเทคโนโลยี BCI ฝังชิปในสมองเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

นี่ถือเป็นความหวังใหม่ของวงการแพทย์เลยก็ว่าได้ เพราะล่าสุดประเทศจีนได้เดินหน้าเริ่มการทดลองทางคลินิกแบบหลายศูนย์เป็นครั้งแรก สำหรับระบบเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ หรือ BCI (Brain-Computer Interface) แบบฝังเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการนำเทคโนโลยีระดับสูงที่จีนพัฒนาขึ้นเองมาประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยจริง ความหวังใหม่ของผู้ป่วยอัมพาต อาการอัมพาตทั้งตัวที่เกิดจากภาวะไขสันหลังบาดเจ็บ ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่ท้าทายที่สุดในวงการประสาทวิทยา เนื่องจากวิธีการทำกายภาพบำบัดหรือการฟื้นฟูที่มีอยู่ในปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัด ทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหวร่างกายให้กลับมาเป็นปกติได้มากนัก ทำไมต้องเป็นแบบฝังเต็มรูปแบบ ? โดยปกติแล้ว เทคโนโลยี 'BCI' จะแบ่งเทคนิคออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ สำหรับการทดลองในครั้งนี้ได้เลือกที่จะใช้เทคโนโลยีแบบฝังเต็มรูปแบบ ซึ่งมีจุดเด่นคือการเปิดโอกาสให้ขั้วไฟฟ้า สามารถเข้าไปทำงานและสื่อสารกับเซลล์ประสาทในสมองได้โดยตรง ผลลัพธ์ที่ได้คือการรับสัญญาณประสาทจากสมองที่มีความละเอียดและคมชัดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ด้านทีมนักวิจัยระบุว่า การที่ระบบสามารถดักจับสัญญาณสมองได้คุณภาพสูงขึ้น จะช่วยให้การถอดรหัสความตั้งใจในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยมีความแม่นยำสูงตามไปด้วย และสิ่งนี้จะเข้าไปช่วยสนับสนุนการควบคุมระบบประสาทได้อย่างตรงจุด พร้อมที่จะเป็นรากฐานสำคัญไปสู่วิธีการฟื้นฟูร่างกายด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงในวันข้างหน้า ทดลองนำร่องโดยผู้ป่วยจำนวน 32 คน ในช่วงเริ่มต้น การทดลองจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาแขนขาใช้งานไม่ได้ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากไขสันหลังส่วนคอระดับสูงได้รับบาดเจ็บ อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ภาวะที่เส้นประสาทไขสันหลังบริเวณ 'ต้นคอส่วนบน' ส่วนที่อยู่ติดกับฐานกะโหลกศีรษะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ซึ่งการทดลองนี้จะนำร่องโดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมจำนวน 32 คน และคาดหวังว่าจะสามารถขยายขอบเขตการทดลองให้ครอบคลุมผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ดี ถ้าเทคโนโลยีนี้สามารถทำได้จริง และประสบความสำเร็จ สิ่งนี้จะไม่ใช่แค่คืนอิสระและคืนชีวิตให้ผู้ป่วยเพียงเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งความหวังที่สาดส่องไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างที่รักพวกเขาอีกด้วย…
18/05/2026

ระดับโลก 3 ปีติด ! BDMS ยืนหนึ่งกลุ่ม Health Care Providers & Services ติด Top 1% ด้านความยั่งยืนจาก S&P Global 2026

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ได้รับการจัดอันดับด้านความยั่งยืนในกลุ่ม Top 1% ของโลกในรายงาน Sustainability Yearbook 2026 จากการประเมินโดย S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงการรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และได้รับการคัดเลือกเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรม Health Care Providers & Services จากบริษัท 153 แห่งทั่วโลก ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันว่า BDMS ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางการแพทย์ แต่ยังให้ความสำคัญกับดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่คนไทยและสังคมโลกในระยะยาว โอกาสนี้ นายพนาสันต์ สุจริตพานิช ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลาง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เป็นผู้แทนเข้ารับมอบโล่และประกาศเกียรติคุณด้านความยั่งยืนจาก มร. โรเบิร์ต ดอร์เนา Head of Corporate Solutions & Engagement, S&P Global ในงาน S&P…
15/05/2026

นักวิจัยเผย ‘ไวรัสฮันตา’ มีหวังทางรักษา แต่ถูกละเลยเพราะความถี่ต่ำ-ขาดทุนสนับสนุน

อย่างที่ทั่วโลกทราบกันดีว่าไวรัสฮันตา (Hantavirus) ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 3 ราย ล่าสุด (13 พฤษภาคม 2026) มีการยืนยันแล้วว่าในจำนวนทั้งหมดของผู้โดยสารบนเรือสำราญลำต้นเหตุมีผู้ป่วยอย่างน้อย 11 ราย ทั้งนี้ WHO คาดว่าอาจจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไวรัสฮันตายังไม่มีวิธีรักษา แต่เว็บไซต์ Scientific American วารสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยข้อมูลว่าการบำบัดรักษาในหลายวิธีเริ่มส่งผลเป็นที่น่าพอใจในการศึกษาทดลองกับสัตว์ ความพยายามในการหาวิธีรักษาไวรัสด้วย ‘แอนติบอดี’ หลังจากเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัสฮันตา กลุ่มวิจัยหลายแห่งกำลังเร่งพัฒนาการรักษาด้วยแอนติบอดีสำหรับไวรัสฮันตา แต่การขาดงบประมาณและความเร่งด่วนส่งผลให้การรักษาที่มีศักยภาพในมนุษย์ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ก็กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมการระบาดที่เริ่มขึ้นบนเรือสำราญเมื่อเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันแล้วอย่างน้อย 9 ราย และเสียชีวิต 3 ราย มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก สถานการณ์รักษา ‘ไวรัสฮันตา’ ในปัจจุบัน โดยปกติแล้ว ไวรัสฮันตาแพร่กระจายสู่มนุษย์ผ่านการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ หรือสัมผัสกับมูลและปัสสาวะของสัตว์เหล่านั้น แต่ไวรัสแอนดีส (Andes virus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักในการระบาดครั้งนี้ สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับไวรัสฮันตา แพทย์จึงทำได้เพียงรักษาตามอาการและประคับประคองอาการเท่านั้น ตั้งแต่การให้ผู้ป่วยพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ ไปจนถึงการสอดท่อช่วยหายใจในรายที่มีอาการรุนแรงจนระบบหายใจบกพร่อง แม้จะยังไม่พบวิธีที่จะรักษาไวรัสชนิดนี้ให้หายขาดได้ แต่ก็ยังพอมีความหวังเมื่อผู้เชี่ยวชาญระบุว่ายังมีแนวทางการรักษาที่มีความเป็นไปได้ที่จะมาช่วยรักษาผู้ป่วยอยู่  ความหวังทางรอด…
08/05/2026

วิจัยชี้ อาหารแปรรูป ทำสมาธิถดถอย !

อาหารที่อร่อยและประหยัดเวลา อย่างอาหารแปรรูปถือว่าเป็นของที่ใคร ๆ ก็ชอบ เพราะชีวิตยุคปัจจุบันที่ต้องแข่งกับเวลาในทุก ๆ วัน แม้จะสะดวก แต่อย่างที่รู้กันดีว่าอาหารแปรรูปส่งผลเสียต่อสุขภาพ ผลการศึกษาล่าสุดจากความร่วมมือระดับนานาชาติ นำโดยมหาวิทยาลัยโมนาช (Monash University) มหาวิทยาลัยเซาเปาโล (University of São Paulo) และมหาวิทยาลัยดีกิ้น (Deakin University) ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่ากังวลว่า  'อาหารแปรรูปสูง' Ultra-Processed Foods (UPFs) ที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมหลายขั้นตอน และมักมีส่วนผสมและวัตถุเจือปนอาหารมากกว่า 5 อย่างขึ้นไป สิ่งนี้กำลังทำลายความสามารถในการโฟกัสของสมองเราอย่างช้า ๆ งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Alzheimer’s & Dementia: Diagnosis, Assessment & Disease Monitoring โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างของคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุชาวออสเตรเลียกว่า 2,100 คน  ซึ่งผลลัพธ์ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีการเพิ่มสัดส่วนของอาหารแปรรูปเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน ก็เพียงพอที่จะทำให้คะแนนการทดสอบด้านสมาธิและการประมวลผลของสมองลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ แค่ขนมห่อเดียวก็ส่งผลแล้ว ? ดร. บาร์บารา คาร์โดโซ (Dr. Barbara Cardoso)…
07/05/2026

ไวรัสฮันตา คืออะไร ? วิธีการป้องกันเบื้องต้น หลังคร่าชีวิตคนบนเรือสำราญ 3 ราย

แม้ยังไม่ได้พบเชื้อในไทย แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไวรัสที่น่ากลัว หลังองค์การอนามัยโลกพบเชื้อไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางจากอาร์เจนตินามุ่งหน้าสู่ประเทศเคปเวิร์ด ในทวีปแอฟริกา คร่าชีวิตคนบนเรือสำราญ 3 ราย ไวรัสฮันตา คืออะไร ? ไวรัสฮันตา คือไวรัสที่เป็นเชื้อแฝงตัวอยู่ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ 'หนู' ความน่ากลัวอยู่ที่ตัวหนูเองจะไม่แสดงอาการป่วยใด ๆ แต่พวกมันจะปล่อยเชื้อออกมาผ่านทางปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย  เมื่อสิ่งเหล่านี้แห้งกลายเป็นผงปนเปื้อนไปกับฝุ่นละอองในอากาศ หากเราเผลอสูดหายใจเข้าไปเพียงครั้งเดียว เชื้อจะตรงเข้าโจมตีระบบอวัยวะภายในทันที ไวรัสฮันตา อันตรายมั้ย ? โดยทั่วไปไวรัสฮันตาจะก่อโรคใน 2 รูปแบบหลัก คือ กลุ่มอาการทางระบบทางเดินหายใจ (HPS) : เชื้อจะเข้าทำลายปอด ทำให้เกิดภาวะปอดบวมน้ำและระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% กลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับโรคไต (HFRS) : เชื้อจะส่งผลต่อระบบเลือดและไต ทำให้ความดันโลหิตต่ำและไตวายเฉียบพลัน ไวรัสฮันตา ติดต่อทางไหนได้อีก ? จุดสำคัญที่ต้องย้ำคือ ไวรัสฮันตาไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนเป็นหลัก แต่เป็นการติดต่อจากสัตว์สู่คนผ่านทาง : อาการเบื้องต้นเป็นยังไง ? ผู้ที่ได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการภายใน 1-8…
30/04/2026

แอร์ออฟฟิศทำให้หน้าแย่ลงจริงมั้ย ?

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยสงสัยกันว่า ทำไมตอนเช้าหน้าของเราก่อนมาทำงานก็ดูสดใส แต่พอหลังจากทำงานไปไม่ถึงครึ่งวัน หน้าก็ดูหมอง ดูอ่อมขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ออกไปทำอะไรเลยนอกจากอยู่ในออฟฟิศ พร้อมกับมีกระแสของชาวเน็ตที่บอกว่าแอร์ออฟฟิศ ทำให้หน้าของเขาแย่ลง วันนี้ BT beartai รวบรวมข้อเท็จจริงมาให้แล้วครับว่า หน้าเราแย่ลงระหว่างวันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ?  'Office Air Theory' คืออะไร ? ต้องเล่าก่อนว่าทฤษฎีนี้มีต้นกำเนิดมาจาก TikTok โดยมีผู้ใช้งานจำนวนมากแชร์ภาพความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังเข้าทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสภาพผิวของพวกเขาแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ในออฟฟิศ  ซึ่ง ดร. พริมโรส ฟรีสโตน (Dr. Primrose Freestone) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ (University of Leicester) อธิบายว่าสิ่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับ 'กลุ่มอาการอาคารป่วย' หรือ Sick Building Syndrome ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ทำงานในตึก ที่มีระบบปรับอากาศส่วนกลาง และอาการนี้มักจะแย่ลงเรื่อย ๆ ตลอดทั้งวัน และจะเริ่มดีขึ้นเมื่อเราก้าวออกจากตัวอาคาร ดร. แคทเธอรีน ชาง​ (Dr. Catherine Chang) แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า "ผู้คนมักรู้สึกว่าผิวแห้งเมื่ออยู่ในออฟฟิศเพราะความชื้นในอากาศต่ำ…
29/04/2026

จาก ‘CUROX’ สู่ ‘HYROX’ เบื้องหลังกีฬาบ้าพลังที่โตเร็วที่สุดในโลก

ถ้าพูดถึงเทรนด์สุขภาพทุกคนนึกถึงอะไรกัน ? หนึ่งในนั้นจะต้องมี HYROX อย่างแน่นอน การแข่งขันที่เปลี่ยนการออกกำลังกายในยิมให้กลายเป็น ‘Stadium Sport’ ระดับโลก ล่าสุด HYROX ไม่ได้แค่ชนะใจนักกีฬา แต่ยังโชว์ความแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจด้วยรายได้ปีล่าสุดที่สูงถึง 130 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,500 ล้านบาท) และตั้งเป้าสู่ 200-220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 7,200 ล้านบาท) ภายในปีนี้ พร้อมจำนวนผู้เข้าแข่งขันกว่า 1.3 ล้านคนทั่วโลก แต่อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้แบรนด์นี้เติบโตแบบก้าวกระโดด และทำไม 'จิตวิญญาณโบราณ' ถึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปั๊มกำไรมหาศาล ? Currere รากศัพท์ละตินที่เกือบจะเป็นชื่อแบรนด์ จุดเริ่มต้นของ HYROX มีความน่าสนใจตั้งแต่ ‘ชื่อ’ เพราะเดิมทีในปี 2017 ผู้ก่อตั้งอย่าง คริสเตียน เทิทซ์เคอ (Christian Toetzke) และ มอริตซ์ เฟือร์สเต (Moritz Fürste) ตั้งใจจะใช้ชื่อว่า ‘CUROX’ (คู-ร็อกซ์) ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษาละตินว่า ‘Currere’…
23/04/2026

“พอกผิว” หวังสวยไว อันตรายไหม ?

ในยุคสมัยหนึ่งครีมพอกผิวเคยถูกจัดให้เป็นสิ่งอันตราย เราจะได้เห็นรายงานข่าวถึงผลข้างเคียงออกมาที่ทำให้หน้าพังผิวเสียจนกลัวไปตาม ๆ กัน เรียกได้ว่าช่วงนั้นการใช้ครีมพอกผิวขาวไม่ได้ถูกใช้อย่างเปิดเผยหรือกว้างขวาง แต่วันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ครีมพอกผิวกลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง ไวรัลจากคอนเทนต์ออนไลน์ นำมาสู่การรีวิวและซื้อใช้ตามจนทำให้ผลิตภัณฑ์นี้กลับมาเป็นที่ต้องการของสาว ๆ แม้ว่าเรื่องความปลอดภัยจะถูกพัฒนา แต่หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขาดมาตรฐาน จากความสวยก็อาจกลายเป็นดาบสองคมชนิดที่ทำหน้าและผิวพังไปได้เลย กลไกการทำงานของครีมพอกผิวขาว ขาวจริงหรือแค่เคลือบ ? โดยทั่วไปแล้วครีมพอกผิวขาวที่วางขายในตลาดมักทำงานผ่าน 2 กลไกหลัก "สารต้องห้าม" ในครีมพอกผิว สาเหตุที่ครีมพอกผิวขาวบางชนิดได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว มักมาจากการลักลอบผสมสารอันตรายที่ให้ผลลัพธ์แบบขาวข้ามคืน แต่ต้องแลกมาด้วยความพินาศของผิวในระยะยาว เช็กอาการแพ้ครีมพอกผิว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังใช้ครีมพอกผิวขาวอยู่ แล้ว “พบอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อเดียวต้องหยุดใช้ทันที” สำหรับบางคนการหักดิบเลิกใช้อาจเป็นเรื่องยาก แต่หากอยากใช้ครีมพอกผิวแบบปลอดภัยไร้กังวล ขั้นตอนแรกที่ห้ามพลาดเลยคือการตรวจสอบมาตรฐานการผลิต ซึ่งจะต้องผ่าน GMP (Good Manufacturing Practice) ที่เป็นหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร ยา หรือเครื่องสำอาง เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัย  มาตรฐานนี้ควบคุมตั้งแต่สถานที่ผลิต อุปกรณ์ บุคลากร และขั้นตอนการผลิตจนถึงการจัดส่ง ป้องกันการปนเปื้อน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานสูงสุดก่อนถึงผู้บริโภค และ ISO 22716 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าทุกกระบวนการผลิตมีความสะอาด ปลอดภัย และไม่มีการปนเปื้อนสารเคมีอันตราย  วิธีสังเกตครีมพอกผิวที่ได้มาตรฐาน หากคุณเผลอใช้ครีมที่ไม่ได้มาตรฐานและเริ่มมีอาการแพ้ ให้รีบดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้…
21/04/2026

น้ำอัดลม ไม่ได้ฆ่ามะเร็ง ! แพทย์เตือนตรรกะ ‘ทรัมป์’ อันตราย เผยน้ำตาลคืออาหารชั้นดีของโรคนี้

เป็นประเด็นที่ทำเอาวงการสาธารณสุขต้องกุมขมับ เพราะในรายการ พอดแคสต์ 'Triggered' ของโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ (Donald Trump Jr.) โดยมีแขกรับเชิญอย่าง ดร. เมห์เมต ออซ (Dr. Mehmet Oz) ผู้บริหารระดับสูงด้านการบริการด้านสุขภาพของสหรัฐฯ ได้ออกมาเล่าถึงแนวคิดสุดแปลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เกี่ยวกับน้ำอัดลม ถ้าหญ้าตาย มะเร็งก็น่าจะตาย ? ดร. ออซ เปิดเผยว่า ทรัมป์มีความเชื่อว่าน้ำอัดลม โดยเฉพาะประเภทไดเอท (Diet Soda) มีสรรพคุณเพียงพอที่จะกำจัดเซลล์ร้ายในร่างกายได้ ซึ่งทรัมป์จะเปรียบเทียบในเชิงว่า 'หากเราเทน้ำอัดลมลงบนหญ้า แล้วหญ้ายังตายได้ มันก็น่าจะเข้าไปฆ่าเซลล์มะเร็งในร่างกายเราได้เช่นกัน' นอกจากนี้ทรัมป์ยังกล่าวติดตลกเกี่ยวกับน้ำอัดลมรสส้มว่า มันคือ 'น้ำส้มคั้นสด' เพื่อตอกย้ำว่าสิ่งที่ทรัมป์ได้ดื่มเข้าไปนั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพในแบบของเขาเอง แต่หลังจากประเด็นนี้ถูกเผยแพร่ออกไป แคโรไลน์ ลีวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว ได้รีบออกมาสยบกระแสโดยระบุว่า สิ่งที่ทรัมป์พูดนั้นเป็นเพียงมุกตลกตามสไตล์คนมีอารมณ์ขันของท่านประธานาธิบดีเท่านั้น ไม่ควรนำไปตีความให้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์อย่างจริงจัง มะเร็งไม่ตาย แถมยัง…
16/04/2026

อย่าลืมที่จะเริ่ด ! แอโรบิก “สวนลุมพินี” สมรภูมิดวลความฟิตของคนรักสุขภาพ กับสเต็ปแดนซ์สร้างตำนาน

หลังจากงดไปชั่วคราวเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา แอโรบิกสวนลุมพินีกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้วในวันนี้ (16 เมษายน 2026) ใครที่รู้สึกอ่อมแก่ในช่วงวันหยุดยาวและไม่ได้ออกไปยืดเส้นที่ไหน ลานแอโรบิกพร้อมเปิดให้ใช้งานแล้ว บอกเลยว่าเป็นกิจกรรมสุดฮิตที่ได้ทั้งสุขภาพและคอนเทนต์ เข้ากับยุคนี้ที่เป็นสังคมแบบ Active Lifestyle เน้นการขยับเคลื่อนไหวร่างกาย สำหรับ “สวนลุมพินี” พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงที่กำลังปลุกกระแสการออกกำลังกายให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลายคนอาจเริ่มสนใจจากไวรัลความน่ารักของ ‘แทยง วง NCT’ ที่แวะมาเช็กอิน หรือบางคนอาจจะสะดุดตากับสเต็ปจี๊ดของ ‘ดาด้า มิสแกรนด์กาฬสินธุ์’ ที่เปลี่ยนลานแอโรบิกให้กลายเป็นเวทีสอนท่าเต้นฮิปฮอปสุดไวรัล จนกลายเป็นคอนเทนต์ยอดฮิตในโซเชียล แอโรบิกสวนลุมฯ เป็นตำนานมาตั้งนานแล้ว แต่ท่ามกลางเทรนด์ที่หลายคนมองว่าเป็นเพียงแค่กระแส แต่แอโรบิกสวนลุมฯ กลับแข็งแกร่งมาตั้งแต่อดีต ต้องบอกก่อนว่ากิจกรรมการเต้นแอโรบิกของสวนลุมฯ มีมาตั้งนานแล้ว ซึ่งเริ่มจากการเต้นประกอบจังหวะ ก่อนจะกลายเป็นแอโรบิกแบบวาดลวดลายประกอบเพลงฮิตอย่างทุกวันนี้ ลานแอโรบิกสวนลุมฯ ไม่ใช่แค่พื้นที่เบิร์นแคลอรี แต่คือพื้นที่ที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน ที่สำคัญคือฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็สามารถก้าวเท้ามาเข้ามาร่วมได้ทันที จุดเริ่มต้นที่ใครหลายคนไม่ได้คาดคิดว่าท้ายที่สุดแล้วจะเกิดเป็นปรากฏการณ์ ซึ่งถ้าใครได้เดินผ่านสวนลุมพินีในช่วงนี้จะเห็นเลยว่าผู้คนมากมายต่างเดินทางไปออกกำลังล้นหลาม โดยเฉพาะในพื้นที่กิจกรรมแอโรบิก ไม่เพียงแต่ภายในลานเท่านั้น แต่ขยายวงกว้างออกมาถึงข้าง ๆ บริเวณโดยรอบ ซึ่งผู้มาออกกำลังกายขอแค่ได้ยินเสียงเพลงและหาพื้นที่เล็ก ๆ ให้ตัวเองได้เคลื่อนไหวร่างกาย สร้างสีสันและความประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่ได้พบเห็นเป็นจำนวนมาก โดยแอโรบิกที่สวนลุพินี จะมีเป็นประจำทุกวัน จุดเต้นแอโรบิกในสวนลุมพินี อยู่ที่บริเวณด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่…

PR Partners

See All
Read More

บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รุก Co-Brand ดัน “T1 Dynamic Points” หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายโต 7% แตะ 1.4 แสนล้านบาท

บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดินหน้ารุกตลาดบัตรเครดิต Co-Brand ด้วยการต่อยอดสิทธิประโยชน์ผ่านฟีเจอร์ “T1 Dynamic Points พอยท์แบบใหม่ ให้ได้มากกว่า” ชูจุดเด่นการมอบคะแนน The 1 พิเศษตามหมวดสินค้าและแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม โดยเน้นจัดแคมเปญทุกวันที่ 15 ของเดือน เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้จ่ายและผลักดันให้บัตรกลายเป็นบัตรหลักในชีวิตประจำวัน บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2026 ที่ 140,000 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อน นายชีวิน ปราชญานุพร กรรมการผู้จัดการ
10/09/2026

Anker Innovations ยุบ 5 แบรนด์รวมศูนย์ภายใต้ชื่อ Anker ปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอรับยุค Local AI

Anker eufyMake
10/09/2026

Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Creator Economy ไทย บนเวทีรางวัลระดับประเทศ

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ “Creator Economy” ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ทางเลือกของการทำสื่อหรือการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระดับประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการเชิดชูและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการนี้ Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore (TIA 2026) เวทีประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จึงเตรียมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อสะท้อนแรงขับเคลื่อนและศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของเหล่าผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ แบรนด์ชั้นนำ และเอเจนซีในประเทศไทย ในปีนี้ งาน TIA 2026 จัดขึ้นภายใต้ธีม “CREATOR PULSE – ชีพจรนำทางในยุคแห่งความซับซ้อนอันสร้างสรรค์” สื่อถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ที่เป็นเปรียบเสมือน “จังหวะชีพจร” คอยนำทางและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีประกาศรางวัล แต่ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ และผลักดันวงการการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ไปสู่ระดับสากล ไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญภายในงาน งาน Thailand Influencer Awards 2026 รวบรวมกิจกรรมและประสบการณ์ที่ครอบคลุมทุกมิติของวงการไว้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ เพื่อตอบโจทย์ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความบันเทิง 1. เวทีเสวนาและอัปเดตเทรนด์แห่งปี (Talks & Discussion…
10/09/2026

จากไทยสู่เวทีโลก Venture Spark Cohort 2 เปิดตัว 14 สตาร์ทอัพศักยภาพสูงใน Techsauce Global Summit 2026

Venture Spark Demo Day ที่จัดขึ้นบนเวที Muay Thai Stage ในงาน Techsauce Global Summit 2026 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เวทีปิดโครงการ Accelerator ธรรมดา แต่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับผู้ก่อตั้ง 14 ทีมจาก Venture Spark Cohort 2 ที่เพิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสตาร์ทอัพไทยไม่ได้มีศักยภาพแค่ในประเทศ แต่พร้อมแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดงาน ผู้ก่อตั้งแต่ละทีมขึ้นเวทีเพื่อเล่าให้ฟังว่ากำลังสร้างอะไร เพราะอะไรถึงสำคัญ และก้าวต่อไปจะไปทางไหน สั้น กระชับ แต่แน่นด้วยข้อมูลและวิสัยทัศน์ เวทีที่รวมพลัง Ecosystem ไว้ในที่เดียว Demo Day ครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่าการเติบโตของสตาร์ทอัพไม่ได้อาศัยเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนใน Ecosystem ผ่านพันธมิตรอย่าง LINE SCALE UP, A2D Ventures, ExpresSo NB, depa และ InnoSpace (Thailand)…