25 Years Movies
25 Years Movies

คิดถึงไหม? 20 หนังดัง-เปี่ยมคุณภาพที่ “อายุครบ 25 ปี”

007 GOLDENEYE

“พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก” หนัง 007 ตอนแรกของ James Bond Pierce Brosnan ที่กลับไปสู่ภาพลักษณ์ที่คล้ายกับ Sean Connery มากที่สุดและคงจะพูดไม่ผิดว่า คอหนังที่โตมาในยุค 90s ต่างก็มีภาพจำว่า James Bond ก็คือ Brosnan คนนี้ หลังจากติดคิวซีรีส์ทางโทรทัศน์มา 2 ตอน ประจวบกับ Timothy Dalton ที่เล่นเป็น 007 คนที่ 4 ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ Bond จึงเปลี่ยนมาเป็นเขา

ก่อนหน้านี้ Brosnan เคยรับบทสายลับ KGB ถล่มอังกฤษในหนังสายลับ The Fouth Protocol (1987) พอมาถึงเรื่องนี้ก็สลับข้างจากตัวร้ายมาเป็นพระเอก หนังยังสมทบด้วย Sean Bean ที่เล่นเรื่องไหนต้องตายเรื่องนั้น (เรื่องนี้ไม่แปลกเพราะเป็นผู้ร้าย) กับบทเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกับ 007 และ Famke Janssen มารับบทสายลับรัสเซียดุ-สวย-โหด

Goldeneye เล่าเรื่องราวของ Alec Trevelyan สายลับ 006 ที่ออกปฏิบัติการร่วมกับ 007 บุกไปโรงงานผลิตอาวุธเคมี แต่พลาดท่าถูกนายพล Ourumov ยิงจนเสียชีวิต ส่วน Bond ก็ถล่มทหารรัสเซียจนราบคาบและรอดมาได้ ต่อมาอีก 9 ปี James Bond ต้องพบกับองค์กรร้าย Janus เขาต้องต่อสู้กับสายลับรัสเซียสุดแกร่งชื่อว่า Xenia เธอเป็นลูกน้องของนายพล Ourumov ที่กำลังวางแผนขโมยรหัสลับควบคุมดาวเทียม Goldeneye ที่ใช้พลังงานคลื่นแเม่เหล็กไฟฟ้าถล่มที่ไหนของโลกก็ได้ Xenia ถล่มศูนย์ควบคุมอวกาศจนเจ้าหน้าที่รอดอยู่แค่คนเดียวคือ Natalya Simonova นอกจากนั้นเครื่องบินของรัสเซียและดาวเทียมของสหรัฐฯ ก็โดนถล่มไปด้วย Bond สืบจนเจอว่า 006 ยังไม่ตายและอยู่เบื้องหลังแผนการก่อการร้ายนี้ร่วมกับนายพล Ourumov

ชวนอ่าน 10 หนังสายลับพยัคฆ์ร้าย James Bond 007 ที่ดีที่สุดตลอดกาล

  • นักแสดง: Pierce Brosnan, Sean Bean, Famke Janssen, Joe Don Baker, Judi Dench, Robbie Coltrane
  • ผู้กำกับ: Martin Campbell (007- Casino Royale, Green Lantern, The Mask of Zorro, Vertical Limit)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 60/352 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Scores/iMDB Rating: 79% / 7.2/10

DIE HARD 3: DIE HARD WITH A VENGEANCE

หลังจากอึดตายยากมา 2 ภาคตั้งแต่ยุค 80s Bruce Willis กับแฟรนไชส์ที่ฮิตที่สุดของเขาก็กลับมาเป็นหนที่ 3 โดยครั้งนี้ไม่ได้ถูกจำกัดให้เอาชนะคนร้ายขณะอยู่ในสถานที่ปิดตายเหมือน 2 ภาคแรก แต่ต้องวิ่งไปทั่วเมืองนิวยอร์ก เมื่อเกิดเหตุระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งสำนักงานตำรวจนิวยอร์กได้รับโทรศัพท์จากชายที่ชื่อ Simon สั่งให้ John McClane ทำตามคำสั่งต่าง ๆ ที่เสี่ยงต่อชีวิตไม่อย่างนั้นจะวางระเบิดสถานที่สำคัญทั่วนิวยอร์ก McClane ได้รับความช่วยเหลือจาก Zeus (Samuel L. Jackson) ชายผิวดำที่ตอนแรกไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไร

FBI สืบรู้ในที่สุดว่า Simon คือน้องชายของ Hans Gruber ที่ถูก McClane ฆ่าเมื่อ 7 ปีก่อน (เหตุการณ์ในภาคแรก) ขณะที่ McClane แก้ปริศนาต่าง ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า Simon ใช้ระเบิดเพื่อกันตำรวจออกจากถนนวอลสตรีทซึ่งมีธนาคารกลางนิวยอร์กตั้งอยู่ Simon และลูกน้องได้บุกเข้ามาขโมยทองคำแท่งมูลค่า 140 ล้านเหรียญฯ ขึ้นรถบรรทุกและขับออกไปทางท่อส่งน้ำ McClane จึงต้องออกโรงขัดขวางตามแบบฉบับคนอึดตายยากที่ตำรวจยังตามไม่ทัน โดยมี Zeus ตกกระไดพลอยโจนต้องช่วยเหลือ McClane ไปจนตลอดรอดฝั่ง

ภาพยนตร์เรื่อง Die Hard ตั้งแต่ภาคแรกดัดแปลงมาจากนิยายอาชญากรรมของ Roderick Thorp เรื่อง “Nothing Lasts Forever” โดยเนื้อเรื่องในนิยายนั้นเป็นบริษัทน้ำมัน แต่ถูกดัดแปลงใหม่ในหนังให้เป็นบริษัทนากาโตมิของญี่ปุ่น ซึ่งตึกออฟฟิศของนากาโตมิ สูง 34 ชั้น จริง ๆ แล้วคือ ตึกฟ็อกซ์พลาซ่าของสตูดิโอผู้สร้างหนังและต่อมาได้กลายเป็นตึกสำนักงานใหญ่ของฟ็อกซ์ ส่วนในภาค 2 ดัดแปลงจากนิยายเรื่อง “58 Minutes” ของ Walter Wager ว่าด้วยเรื่องของนายตำรวจที่พยายามยับยั้งการยึดสนามบินของผู้ก่อการร้าย โดยมีเวลา 58 นาทีก่อนเครื่องบินที่ภรรยาของเขาโดยสารมาจะตกเพราะน้ำมันหมด โดยเงื่อนไขเวลาในหนังถูกยืดเป็น 90 นาที

ส่วนภาค 3 Die Hard with a Vengeance ฉบับที่ได้ชมในโรงภาพยนตร์ที่ตอนท้ายเรื่อง McClane จัดการสอยเฮลิคอปเตอร์ของ Simon ได้นั้น จริง ๆ แล้วยังมีตอนจบอีกแบบถูกถ่ายไว้ ก่อนจะโดนสั่งเปลี่ยนเพราะสตูดิโอมองว่าโหดเดินไป ในเวอร์ชันดังกล่าว แผนการของ Simon ที่นิวยอร์กสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และเขาก็หนีไปเสวยสุขอยู่ในประเทศอื่น จนอีกหลายเดือนต่อมา McClane ก็ตามไปเจอตัวแล้วบังคับให้เล่น”McClane Says” (ล้อกับ Simon Says ที่ McClane โดนปั่นหัวมาตลอดเรื่อง) แบบรัสเซียนลูเล็ต

ชวนอ่าน ลูกสาวเผยคลิป หรือ Bruce Willis จะกลับมารับบทใน Die Hard ภาค 6?

  • นักแสดง: Bruce Willis, Samuel L. Jackson, Jeremy Irons, Graham Greene, Colleen Camp
  • ผู้กำกับ: John McTiernan (Die Hard, The Hunt for Red October, Predator, The Thomas Crown Affair)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 90 / 366 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 59% / 7.6/10

12 MONKEYS

หนึ่งในหนังไวรัสโรคระบาดในตำนานที่ผูกเรื่องเข้ากับการย้อนเวลาไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต (มีทำเป็นซีรีส์ออกมาด้วยในชื่อเดียวกัน) 12 Monkeys เป็นการโคจรมาเจอกันของ 2 ดาวดังแห่งยุค 90s อย่าง Bruce Willis และ Brad Pitt เล่าเรื่องของ ปี 2035 เชื้อโรคร้ายได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกและคร่าชีวิตมนุษย์เกือบหมด เหลือมนุษย์ที่รอดแค่ 1% ผู้ที่ยังรอดก็ต้องอาศัยอยู่ใต้ดิน เป็นเหตุให้ James Cole อาสาเดินทางย้อนเวลาร่วมทำภารกิจไขปริศนาแห่ง “กองทัพลิง 12 ตัว” กลุ่มต่อต้านการทดลองในสัตว์ที่น่าจะเป็นต้นเหตุของหายนะ นำเชื้อโรคออกมาปล่อยยังโลกภายนอก แน่นอนว่า การย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตที่เป็นโลกคู่ขนานก็จะบิดเส้นเวลาให้อนาคตเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน (มีให้ดูแล้วบน Netflix)

12 Monkeys (1995)

หนังเป็นผลงานของผู้กำกับจอมขายหนังสไตล์แหวกแนวเปี่ยมจินตนาการอย่าง Terry Gilliam จาก Brazil (1985) และ The Brothers Grimm (2005) หนังได้รับแรงบันดาลใจจากหนังฝรั่งเศสของผู้กำกับ Chris Marker เรื่อง La Jetée (1962) ที่ก็ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Vertigo (1958) ของผู้กำกับระดับตำนานอีกทีหนึ่ง แต่ตัว Gilliam นั้นไม่เคยชมหนัง La Jetée มาก่อนเลย (เหมือนตอนทำหนัง Brazil เขาก็ไม่เคยอ่านนิยายต้นฉบับของ George Orwell) นัยว่าเขาต้องการใส่จิตนาการในหนังของตัวเองอย่างเต็มที่

ส่วนพระเอกของเรื่องอย่าง Willis นั้นอยากจะร่วมงานกับ Gilliam เพราะอยากจะสลัดภาพความเป็นพระเอกในหนังแอ็กชันฟอร์มยักษ์มาอยู่ในหนังประหลาด ๆ บ้าง เขารับค่าตัวน้อยกว่าปกติและยอมปรับลุคให้ดูเป็นนักโทษหน้าตาผ่ายผอมจนแทบดูไม่ได้ ส่วน Pitt ที่ได้เข้าชิงทั้งรางวัลออสการ์และได้รางวัลลูกโลกทองคำจากบท Jeffrey Goines เขาต้องไปศึกษาพฤติกรรมของผู้ป่วยจิตเภทและมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาประจำที่กองถ่ายเพื่อให้เขาแสดงออกมาได้อย่างสมจริงที่สุด

หนังมีประเด็นฟ้องร้องกันในเรื่องงานออกแบบเซ็ตหรือฉากของหนังด้วย โดยในหลายฉากโดยเฉพาะฉากเก้าอี้ของตัวละคร James Cole กำลังถูกสอบสวนนั้น เป็นงานที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง Lebbeus Woods และทีมสร้างของหนังนำโดย Jeffrey Beecroft นั้นนำมาใช้ในหนัง แต่ไป ๆ มา ๆ Woods ก็ออกมาโวยหลังหนังออกฉายว่า Gilliam และ Beecroft นำงานออกแบบไปใช้โดยเขาไม่ได้ให้อนุญาต ท้ายที่สุดเขาชนะคดีและได้รับเงินชดเชยไปในหลักแสนเหรียญฯ

ชวนอ่าน

  • นักแสดง: Brad Pitt, Bruce Willis, Christopher Plummer, David Morse
  • ผู้กำกับ: Terry Gilliam (The Brothers Grimm, The Imaginarium of Doctor Parnassus)
  • ทุนสร้าง/รายได้ทั่วโลก: 29 / 168 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 89% / 8/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 2 สาขา (นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Brad Pitt) และออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม)

BAD BOYS

หนังเรื่องแรกแจ้งเกิดผู้กำกับที่ได้ชื่อว่าระเบิดภูเขาเผากระท่อมจากวันนั้นมาถึงวันนี้ก็ยังฟอร์มดีไม่มีตกอย่าง Michael Bay ที่นับตั้งแต่เรื่องนี้ 25 ปีผ่านมาน คอหนังก็ได้ชมหนังสุดอลังการจากเขามากมาย ทั้ง The Rock (1996), Armageddon (1999), Pearl Harbor (2001) และแฟรนไชส์ Transformers (2007-2017) ในตอนนั้นเขายังเป็นผู้กำกับจากแวดวงโฆษณาและมิวสิกวิดีโอที่ได้รับคำชวนจากผู้อำนวยการสร้างที่ดังที่สุดแห่งยุค 90s Jerry Bruckheimer และ Don Simpson ให้มาทำหนัง 2 คู่หูตำรวจสุดกวน

ผู้อำนวยการสร้าง Don Simpson, Jerry Bruckheimer และผู้กำกับ Michael Bay

เดิมทีหนังเคยจะถูกสร้างภายใต้ Disney แต่เนื่องจากการนำเสนอชื่อหนังแต่เดิมว่า Bulletproof Hearts และขายคู่หูนักแสดงเวอร์ชันแรกเป็น Dana Carvey และ Jon Lovitz เกิดขายไม่ผ่าน Bruckheimer และ Simpson จึงต้องหอบโพรเจกต์มาขายที่ Sony แทน และเปลี่ยนนักแสดงนำมาเป็น Will Smith และ Martin Lawrence อย่างที่เห็น เดิมที่ Sony ไม่อยากได้ Smith ที่ไม่เคยเล่นหนังใหญ่ แต่ผู้กำกับ Bay ยืนกรานว่าจะต้องเป็นเขา ส่วนบทของ Lawrence เคยถูกเสนอให้นักแสดงอย่าง Lawrence Fishburne มาก่อน

Bad Boys เล่าเรื่องราวของ ตำรวจคู่หู Marcus Burnett (Martin Lawrence) นายตำรวจผู้กลัวเมียและคู่หูของเขา Mike Lowrey (Will Smith) ที่ต้องร่วมมือกันคลี่คลายคดีฆาตกรรมและคดียาเสพติดมูลค่ามหาศาล โดยมีพยานรู้เห็นเพียงหนึ่งเดียวคือสาวสวย Julie Mott (Téa Leoni) ผู้สามารถระบุตัวฆาตกรผู้ต้องสงสัยได้ พวกเขาจึงต้องออกโรงปกป้องเธอและไขคดีจากอิทธิพลมืดให้ได้ กับความสำเร็จของหนังที่เห็นกันนั้น ต้องบอกว่าเบื้องหลังเต็มไปด้วยปัญหา เพราะ Bay ต้องเริ่มกำกับหนังทั้งที่บทยังเขียนไม่เสร็จ และส่วนใหญ่ที่เสร็จก็ใช้ไม่ได้ Bay จึงต้องเปลี่ยนวิธีมาระดมสมองกับ 2 นักแสดงนำเพื่อใช้มุกด้นสดนอกจากบท

พอเขาถ่ายทำเสร็จ Bay ก็ได้แอบเอาฉบับตัดต่อร่างแรกไปเปิดให้แม่ของเขาดูก่อนจะโดนแม่สวดยับว่าหนังเต็มไปด้วยคำหยาบ ดังนั้นเวอร์ชันที่คอหนังได้เห็นกันตลอดมาก็คือเวอร์ชันที่ตัดคำหยาบออกไปเยอะแล้ว นอกจากนี้ แม้ว่าหนังจะถูกบันทึกว่าใช้ทุนสร้างราว 19 ล้านเหรียญฯ แต่ Bay ก็พูดเสมอว่าเหลือมาถึงงบจริงที่เขาทำหนังน้อยกว่านั้นมาก เขายังต้องควักเงิน 25,000 เหรียญฯ ในการถ่ายฉากสุดท้ายของตัวละคร Marcus และ Bay ก็เลยถือโอกาสกวนประสาทค่ายหนังด้วยการเขียนไว้บนเสลตก่อนเริ่มถ่ายฉากนี้ว่า “จ่ายให้ Columbia Pictures 25,000 เหรียญฯ จาก Michael Bay” เหมือนเช็คเรียกเก็บเงิน สุดท้ายหนังทำรายรับรวมทั่วโลกไป 141 ล้านเหรียญฯ (มีให้ดูแล้วบน Netflix)

ชวนอ่าน 10 อันดับหนังทำเงินสูงสุดของป๋า Will Smith

  • นักแสดง: Will Smith,Martin Lawrence, Téa Leoni, Joe Pantoliano, Michael Imperioli, Kevin Corrigan
  • ผู้กำกับ: Michael Bay (The Rock, Armageddon, Pearl Harbor, Transformers
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 19 / 141 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 42% / 6.9/10

CRIMSON TIDE

ในยุค 90s ถือว่าเป็นยุคที่มีหนังการต่อสู้ด้วยเรือดำน้ำออกมาหลายเรื่องมากที่สุด เพราะยังเป็นช่วงที่ห่างจากยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตมาไม่นาน คอหนังจึงได้เห็นหนังสงครามเรือดำน้ำสนุก ๆ อย่าง The Hunt for Red October (1990) หรือ U-571 (2000) รวมถึงเรื่องนี้ หนังเป็นผลงานสร้างของ 2 ผู้อำนวยการสร้างแห่งยุค Jerry Bruckheimer และ Don Simpson (ที่มี Bad Boys ประสบความสำเร็จในปีเดียวกันนี้) ส่วนผู้กำกับนั้นก็ไว้วางใจได้ในการทำหนังมัน ๆ มาตลอดยุค 80s อย่าง Tony Scott (น้องชายแท้ ๆ ของ Ridley Scott) เจ้าของผลงานอย่าง Top Gun (1986) และ Days of Thunder (1990)

ชวนอ่าน เรื่องของ The Hunt for Red October ใน Sean Connery กับ 10 บทบาทที่น่าจดจำที่สุดของ James Bond ผู้จากไป และเรื่องของ U-571 ใน อ้าวเห้ย…ไม่เหมือนที่ดูกันไปนี่หว่า? เมื่อหนังประวัติศาสตร์เหล่านี้ ไม่ได้สร้างจากเรื่องจริง!

ผู้กำกับ Tony Scott ผู้ล่วงลับ

2 โปรดิวเซอร์ได้รับแรงบันดาลใจของหนังมาจากการชมสารคดีของช่อง Discovery เรื่อง Sharks of Street ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเรือดำน้ำ แล้วทั้งคู่ก็เกิดสงสัยว่า จะเป็นอย่างไรถ้าต้นเรือหนุ่มที่มียศทางทหารน้อยกว่าเกิดอยากขัดขวางการยิงขีปนาวุธของผู้การจอมกระเหี้ยนกระหือรือจะก่อสงคราม หลังจากพวกเขาก็ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง Denzel Washington มารับบท Hunter (บทนี้เคยเกือบเป็นของ Brad Pitt) ต้นเรือหนุ่ม และ Gene Hackman มารับบทผู้การ Ramsey (บทที่เคยถูกเสนอให้กับ Warren Beatty และ Al Pacino แต่พวกเขาตัดสินใจนานเกินไปจนทีมสร้างไม่รอแล้ว)

Michael Schiffer ได้รับเครดิตในการเขียนบทคนเดียว แต่เบื้องหลังนั้นมีมือเขียนบทอีก 2 คนที่เข้ามาช่วยเกลาบทแต่ไม่ได้เครดิต คนแรกคือ Robert Towne จาก Chinatown (1974) ที่ Bruckheimer และ Simpson โทรไปขอให้เขาช่วยเกลาบทสนทนาตอบโต้กันระหว่าง Hunter กับผู้การ Ramsey ที่เขาก็แก้บทสนทนาตอบกลับมาทางโทรศัพท์เดี๋ยวนั้นเลย ส่วนคนที่ 2 คือ Quentin Tarantino ก็เข้ามาช่วยเติมบทพูดและปรับให้กระชับ แต่ก็มีเรื่องดราม่าเกิดขึ้นเมื่อมีประโยคหนึ่งที่เขาปรับเป็นการพูดเหยียดเชื้อชาติ สร้างความไม่พอใจให้กับ Denzel Washington ทำให้วันที่ Tarantino เข้าไปเยี่ยมกองถ่าย Washington จึงเข้าไปมีปากเสียงกับ Tarantino จนกองถ่ายแทบแตก

หนังยังมีดราม่าเรื่องการไม่ได้รับความช่วยเหลือหรืออนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำในเรื่องดำน้ำจริง ๆ เพราะเนื้อหาของหนังเกี่ยวกับการก่อกบฏในเรือดำน้ำ ซึ่งกองทัพเรือปฏิเสธว่า ไม่มีทางจะเกิดขึ้นจริงได้และเนื้อหาก่อให้เกิดความเสื่อมเสียกับกองทัพเรือด้วย ผู้กำกับ Tony Scott จึงใช้วิธีถ่ายแบบกองโจร นั่นคืออาศัยว่า ช่วงเวลานั้นทีมสร้างสืบทราบมาว่ากำลังจะมีเรือดำน้ำถูกปล่อยออกจากฐานทัพเรือที่เพิร์ลฮาเบอร์ พวกเขาจึงยกกองไปถ่ายทำทางเรือและเฮลิคอปเตอร์ พอคนในเรือรู้ว่าทีมงานบุกมาถ่ายก็ขับเรือหนี แต่กลายเป็นว่า Scott ก็ได้ภาพเรือกำลังดำน้ำหนีเอาไปใช้ในหนังเพิ่มเติมอีกจนได้ แค่นั้นยังไม่พอ เรือที่ถ่ายมายังชื่อว่า U.S. Alabama ซึ่งตรงกับชื่อเรือในหนังตามบทพอดีด้วย

  • นักแสดง: Denzel Washington, Gene Hackman, Viggo Mortensen, Ryan Phillippe, Steve Zahn
  • ผู้กำกับ: Tony Scott (Top Gun, Days of Thunder, Unstoppable, Beverly Hills Cop II)
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 53 / 157 ล้านเหรียญฯ
  • Rotten Tomatoes Score/iMDB Rating: 88% / 7.3/10
  • บทบาทบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 3 สาขา (ลำดับภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ซาวน์เอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)